เชลซี ต้องสม่ำเสมอกว่านี้แลมพาดกระตุ้นหลังพ่ายต่อหงส์คาบ้าน

เชลซี

   ให้หลังจากเกมเปิดสแตฟอร์ด บริดจ์พ่ายต่อลิเวอร์พูลไป1-2 ก็ทำให้เชลซีหลุดไปอยู่กลางตารางพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง(รั้งอันดับ11) แฟรงค์ แลมพาดนายใหญ่สิงห์บลูก็ได้ออกมาปลอบใจลูกทีมว่าไม่ต้องเสียใจที่ต้องแพ้ต่อทีมที่แข็งแกร่งอย่างลิเวอร์พูล

   “ เรารู้ว่าลิเวอร์พูลนั้นแข็งแกร่งแค่ไหน แต่เราก็ยังเล่นด้วยเป้าหมายว่าเรามีโอกาสชนะในบ้านที่มีเสียงเชียร์เป็นกำลังหนุน เราสู้ได้ดีเรามีมีโอกาสยิงมากกว่าพวกเค้า(ลิเวอร์พูล)ด้วยซ้ำ แต่เราไม่เฉียบคมพอ นั่นคือสิ่งที่ผู้เล่นเชลซีต้องเรียนรู้ ถามว่าเราเล่นแย่กว่าลิเวอร์พูลหรือเปล่าผมคิดว่าไม่ แต่พวกเค้าสม่ำเสมอกว่าเรา พวกเค้ามีประสบการณ์มากกว่าอีกทั้งผู้เล่นก็ยังรวมตัวกันมานานแล้ว การแพ้ต่อลิเวอร์พูลแม้ไม่ใช่เรื่องน่ายินดี แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแย่ เราจะเรียกร้องอะไรได้ในเมื่อลิเวอร์พูลมีโอกาสยิง6ครั้งแต่ทำได้สองประตู เราแพ้ให้กับทีมที่ดีกว่า ฉะนั้นผู้เล่นเชลซีควรเชิดหน้าขึ้นแล้วกลับมาเก็บชัยชนะในบ้านอีกครั้ง ” แฟรงค์ แลมพาดพูดปลอบประโลมนักเตะในดูแล

แลมพาดรับกองหลัง เชลซี ต้องปรับปรุงเรื่องสมาธิในเกมอีกมาก

   แฟรงค์ แลมพาดกุนซือเชลซียังได้เอ่ยปากถึงผลงานเกมจากแม็ตซ์ล่าสุดอีกด้วย “ เรายังไม่สามารถเก็บคลีนชีตได้เลยในฤดูกาลนี้ มันเป็นสัญญาณบอกเราว่าแนวรับยังหละหลวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับมือกับลูกเซทพีซมันจะลดความเสี่ยงได้เยอะถ้าคุณมีสมาธิพอ แต่เราก็ยังพลาดจนเราเสียไปถึงสองประตู เราเตรียมตัวกันมาทั้งสัปดาห์แต่เราก็เสียสมาธิกันง่ายๆนี่คือจุดที่ผู้เล่นเชลซีต้องให้ความสำคัญ ”

    “ คุณภาพผู้เล่นเชลซีไม่ได้เป็นรองลิเวอร์พูลหรอก แต่ความเข้าใจเกมและความมั่นใจเรา(เชลซี)กลับสู้พวกเค้าไม่ได้เลย นั่นทำให้เราไม่มีแต้มในวันนี้ เราต้องกลับมาทำการบ้านกันต่อ เราต้องซ้อมเพื่อสร้างความคุ้นชินร่วมกัน นั่นคือเราต้องสม่ำเสมอกว่านี้เพราะในเกมฟุตบอลบางทีมที่เอาชนะได้เค้าก็ไม่จำเป็นต้องเลยดีกว่าตลอด90นาทีหรอก แต่เค้ารู้วิธีที่จะเล่นอย่างไรให้เสียเปรียบให้น้อยที่สุดต่างหาก ซึ่งลิเวอร์พูลทำแบบนั้นกับเรา ผมหวังว่าเราจะหยุดสถิติการเสียประตูในทุกๆเกมที่ลงเล่นให้ได้ในเร็ววัน เพราะเมื่อไม่เสียประตูง่ายๆ เกมรุกของคุณจะเริ่มมั่นใจและกล้าเล่นมากขึ้น ” แลมพาด กุนซือวัย41ปีกล่าวทิ้งท้าย

Read More

ลินเดอเลิฟ อัพค่าเหนื่อยเพิ่มเท่าตัวเพื่อเป็นตัวหลักปีศาจเเดง

ลินเดอเลิฟ

   เรียกได้ว่าลูกรักของโอเล่ กุนน่า โซลชามีอันต้องเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีทุกคน หลังจากมาร์คัส แรชฟอร์ด,ดาบิด เด เคอา และเจสซี่ ลินการ์ดได้เพิ่มค่าเหนื่อยกันหมดแล้ว ก็ถึงคิวที่กองหลังอย่างวิคตอร์ ลินเดอเลิฟจะได้ค่าจ้างเพิ่มกับเค้าบ้าง หลังจากเป็นกองหลังคู่บารมีของโซลชามาตั้งแต่เริ่มงานในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และการตบรางวัลของเทรนเนอร์ชาวนอร์เวย์ในครั้งก็ไม่ใช่เบาเพราะแมนยูได้เพิ่มค่าเหนื่อยให้กองหลังทีมชาติสวีเดนเป็นสองเท่าเพื่อเป็นการยืนยันว่าเจ้าตัวจะเป็นเสาหลังในแนวรับของปีศาจสืบไป

    วิคตอร์ ลินเดอเลิฟได้ยืนเป็นคู่หูกับแฮรี่ แม็คไกวร์มาโดยตลอดในซีซั่นนี้ และดูเหมือนว่าแนวรับวัยเบญจเพศจะเริ่มเข้าที่เข้าทางมาขึ้นเมื่อเพิ่งปีศาจแดงเกมคลีนชีตในเกมเอาชนะเลสเตอร์ซิตี้มาหมาดๆ จนในที่สุดเจ้าตัวก็ได้รับสัญญาฉบับใหม่ที่จะผูกมัดกันไว้ถึงปี2024 และได้เพิ่มค่าเหนื่อยเป็น150,000ปอนด์ต่อวีก(เดิมรับที่75,000ปอนด์ต่อวีก)พร้อมยังมีเงื่อนไขขยายสัญญาอีกหนึ่งปีด้วยกัน ทั้งหมดนี้สร้างความยินดีให้อดีตกองหลังเบนฟิก้าเป็นอย่างมาก

ลินเดอเลิฟ ขอตอบแทนแมนยูด้วยถ้วยรางวัลให้มากเท่าที่มากได้

   ทันทีที่จรดปากกาในสัญญาบับใหม่วิคตอร์ ลินเดอเลิฟก็ได้เปิดเผยถึงความยินดีเหลือประมาณ “ ต้องขอบคุณยูไนเต็ดที่มอบความเชื่อมั่นให้ผมตลอดมา สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเป็นทีมที่พิเศษ มันไม่แปลกเลยที่นักฟุตบอลทุกคนจะอยากย้ายมาเล่นที่นี่หลังจากนี้ผมก็จะมุ่งมั่นกับการพายูไนเต็ดคว้าแชมป์ให้ได้ซักรายการ ผมเชื่อว่าการได้แชมป์ซักรายการจะเติมความมั่นใจให้พวกเราได้เป็นอย่างดี มันอาจต่อยอดไปถึงเป้าหมายที่สำคัญที่สุดนั่นคือแชมป์พรีเมียร์ลีก ”

    ด้านนายใหญ่ โอเล่ กุนน่า โซลชาก็ได้แสดงทัศนะถึงลูกทีมรายนี้เช่นกัน “ ลินเดอเลิฟแสดงออกถึงความมุ่งมั่นเสมอไม่ว่าจะในการซ้อมหรือลงเล่นในแม๊ตซ์การแข่งขัน มันสะท้อนว่าเค้ามีทัศนคติตรงตามที่เราต้องการ เค้ากระหายที่จะเรียนรู้และแสดงออกว่าอยากช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จ นั่นทำให้เราอยากเก็บเค้าไว้กับทีมให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และบอกให้เค้ารู้ว่าเค้าคือนักเตะที่เราให้ความสำคัญ ผมสบายใจที่เค้าต่อสัญญา แต่เรายังมีเรื่องอื่นที่ต้องทำร่วมกัน ภารกิจของเรายังมีอีกมากเรายังอยากไปให้ไกลกว่านี้ซึ่งนั่นเป็นเป้าหมายที่ทั้งสโมสรและนักเตะมีร่วมกัน ” เทรนเนอร์วัย46ปีพูดทิ้งท้าย

Read More

ปีศาจแดง ต้องยอมรับว่ายังห่างไกลลุ้นแชมป์พรีเมียอ้างอิงแอนดี้โคล

ปีศาจแดง

   หลังจากโปรแกรมพรีเมียร์ลีกผ่านไป4เกม ผลงานของปีศาจแดงก็เริ่มฝืดเป็นระยะโดยสามนัดหลังสุดไม่ชนะใครเลย(เสมอ2แพ้1)ทว่าไม่วายก็ยังมีผู้เล่นแมนยูบางรายออกมากระตุ้นเพื่อนๆให้ฮึดสู้อีกครั้ง พร้อมกับโปรยยาหอมว่าแมนยูยังมีโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอยู่ ซึ่งเป็นแนวคิดที่สวนทางกับอดีตกองหน้าของทีมอย่างแอนดี้ โคลอย่างแรง เมื่อดาวยิงผิวสีเชื่อว่าปีศาจแดงในเวลานี้ยังไม่ใกล้เคียงที่จะต่อการกับทีมเต็งอย่างลิเวอร์พูล และแมนซิตี้ได้เลย

    “ ก่อนที่ผมจะพูดอะไรต่อผมต้องยืนยันก่อนว่ายังเป็นพลพรรคเรดอาร์มี่อยู่นะ ไม่ได้มีใจออกห่างเลย แต่ต้องว่ากันไปตามจริงว่าเรา(แมนยู)ยังไม่เข้าใกล้ศักยภาพของทีมลุ้นแชมป์ ไม่รู้ซิมันเป็นภาพรวมของการตอบสนองคุณจะเห็นได้เลยว่าทีมที่เป็นผู้ชนะจะกลับมาได้แม้จะโดนยิงนำก็ยังกลับมาเอาชนะได้ ในขณะที่ทีมเราเอาแค่ทำประตูขึ้นนำเค้าในสถานการณ์ที่ง่ายกว่าเรายังทำกันไม่ได้เลย มันชัดเจนว่าเรายังไม่ดีพอทั้งในแง่ขุมกำลัง และความมั่นใจ ” อดีตเจ้าของเสื้อหมายเลข9ของแมนยูกล่าวอย่างจริงจัง

แอนดี้โคลตำนาน ปีศาจแดง ชี้เร่งสร้างสปริริตพร้อมเสริมทัพเรื่อยๆอาจมีหวัง

   ตำนานดาวยิงของปีศาจแดงได้ย้ำว่าสาวกแมนยูต้องทำใจร่มๆแล้วเอาใจช่วยทีมกันต่อไปแม้ว่าโอกาสกลับมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกจะต้องรออีกพักใหญ่(หลายปี)ก็ตาม “ ผมก็ไม่ชอบใจที่จะบอกว่าลิเวอร์พูล และแมนซิตี้เหนือกว่าเรานะ แต่ความจริงมันเป็นยังงั้น พวกเค้ากำลังมั่นใจกันอย่างสุดขีดมันทำให้ช่องว่างระหว่างพวกเค้าและทีมเรามันห่างไกลกันมากโขเลยละ เราทุกคนต้องอดทน มันคงใช้เวลาซักพักที่จะเติมผู้เล่นดีๆในทุกๆตำแหน่ง และสร้างความกลมเกลียวในหมู่ผู้เล่นของเรา ”

   แอนดี้ โคลผู้ที่ยิงประตูในอังกฤษมาแล้ว287ลูกตลอดการค้าแข้งยังยอมรับว่านี่เป็นเรื่องปกติของวัฏจักรลูกหนังที่ซักวันแมนยูก็จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง “ สมัยที่ผมอยู่กับแมนยูเราก็อยู่ในสถานะเดียวกับแมนซิตี้นี่ละ พวกเรามั่นใจกันอย่างมาก เราไม่กลัวใคร สิ่งเหล่านี้มันเหมือนพลังแฝงนะ มันทำให้ผู้เล่นแต่ละคนในทีมจะส่งพลังต่อกันเป็นทอดๆ ต่อให้คุณมีฝีเท้าเป็นรองคุณก็จะถีบตัวเองขึ้นมาเพื่อให้เท่าเทียมกับเพื่อนๆ แล้ววันหนึ่งทีมอื่นๆก็จะอยากล้มคุณ มันเป็นเรื่องปกติ วันนี้ไม่ใช่วันเราของเราแต่ผมก็ยังเชื่อว่าโซลชาจะนำแมนยูกลับมาไปสู่จุดนั้นได้ถ้าเค้ามีเวลาพอนะ(กลัวโซลชาจะโดนไล่ออกไปก่อน) ”

Read More

เนย์มาร์ &บทเรียนความอินดี้ที่อาจทำให้ฟุตบอลไม่สนุกอีกต่อไป

เนย์มาร์

   ข่าวการย้ายทีมระดับมหากาพย์ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมานั้นเชื่อว่าไม่มีประเด็นไหนจะยืดเยื้อไปกว่าภารกิจการดิ้นรนกลับขึ้นยานแม่ของเนย์มาร์อีกแล้ว เพราะดาวเตะแซมบ้าเริ่มเล่นสงครามประสาทกับปารีส แซงต์ แชร์กแมงตั้งแต่จบซีซั่นที่แล้ว ทำให้ยอดทีมแดนน้ำหอมต้องแยกเนย์มาร์ออกจากทีมชุดใหญ่ด้วยการอ้างว่านักเตะอยู่ในช่วงพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ และตามมาด้วยการดึงโปรดักทุกชิ้นที่เกี่ยวข้องกับเนย์มาร์ออกจากร้านจำหน่ายของที่ระลึกของสโมสร แต่ซ้ำร้ายกว่าปารีสตั้งค่าตัวเนย์มาร์ไว้สูงลิบ(ว่ากันว่าไม่ต่ำกว่า200ล้านปอนด์)ซึ่งก็ทำให้บาเซโลน่าไม่อาจเปิดโต๊ะเจรจาได้สำเร็จ

   กระทั้งบัดนี้ที่ตลาดซื้อขายผู้เล่นปิดตัวลงไปแล้ว และเนย์มาร์จะยังคงเป็นผู้เล่นของเปเอสเชต่อไปจนถึงม.ค.2020เป็นอย่างน้อย ทว่าเจ้าตัวก็ยังไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับทีมชุดใหญ่ของทีมแม้แต่เกมเดียว จนมีความเป็นไปได้อย่างมากที่โธมัส ทูเคิ่ลจะแช่แข็งแนวรุกแซมบ้าต่อไปอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งไม่สนุกแน่นอนสำหรับซุปเปอร์สตาร์ระดับนี้ที่อดเล่นฟุตบอลทั้งที่สภาพร่างกายยังฟิตสมบูรณ์ สิ่งนี่จะทำลายความมั่นใจ,ความฟิต หรือแม้แต่โอกาสติดทีมชาติบราซิลที่ในระยะยาว เนื่องจากการไม่ได้ลงเล่นในระดับสโมสรอย่างสม่ำเสมอนั้นก็อาจทำให้เจ้าตัวหลุดโผทีมชาติในซักวัน(ปัจจุบันไม่ได้เล่นให้เปเอสเชแต่ยังถูกเรียกติดธงอยู่)

หลุยส์ซัวเรสซ้ำเติมบอก เนย์มาร์ แล้วไม่เชื่ออย่าคิดหนีบาเซโลน่า

   หลุยส์ ซัวเรสอดีตเพื่อนร่วมทีมของเนย์มาร์ก็ได้ออกมาแสดงความห่วงใยเช่นกัน “ เนย์มาร์เป็นสัณลักษณ์ของฟุตบอลยุคนี้ มันคงแปลกๆที่เค้าจะไม่มีชื่อลงเล่น แต่มันเป็นสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนที่พวกเค้า(เนย์มาร์กับต้นสังกัด)ต้องหาทางออกกันเอง แต่ผมเสียดายนะถ้าเนย์มาร์ยังอยู่กับเราป่านนี้เค้าคงมีความสุขกว่านี้ ”

    จอมกัดแห่งวางการฟุตบอล(ซัวเรสชอบเอาคืนผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามด้วยการให้ปากกัด)ยังเคยปรามให้เนย์มาร์ทบทวนให้ดีก่อนย้ายออกจากบาซ่ามาแล้ว “ ตอนที่เค้ายังอยู่กับเราแล้วเริ่มเรียกร้องนั่นนี่เพื่อที่จะย้ายออก เพื่อนๆในทีมต่างคอยบอกเค้าเสมอ ว่าคัมป์นูนั้นเหมาะกับเค้าที่สุดแล้ว ผมไม่รู้ว่าเค้าคิดอะไรนะ แต่สุดท้ายเค้าก็ย้ายออกจากเราไป เราทุกคนต่างคิดถึงเค้าด้วยกันทั้งนั้น ยิ่งวันนี้เราได้รับรู้ว่าเค้ากำลังทำทุกทางเพื่อที่จะย้ายกลับมาหาเรา เราก็ยิ่งปวดใจ เค้าไม่ควรต้องเจอกับสถานการณ์ย่ำแย่แบบนี้เลยถ้าเพียงแต่เค้าสุขุมกว่านี้ มันเป็นบทเรียนของเค้า ”

Read More

เซบีญ่า เซ็นชิชาริโต้จากเวสต์แฮมหลังหอกจังโก้เบื่อรอข้างสนาม

เซบีญ่า

   เวสต์แฮมลงเตะในพรีเมียร์ลีกสองเกมหลังสุด(ชนะวัตฟอร์ด3-1,ชนะนอริส2-0)โดยปราศจากฮาเวียร์ ชิชาริโต้ ที่สำคัญคือดาวเตะชาวเม็กซิโกไม่ติดแม้กระทั่งรายชื่อตัวสำรองข้างสนามจนทำให้เจ้าตัวรู้สึกไม่แฮปปี้จนต้องร้องขอมานูเอล เปเยกรีนี่ขึ้นบัญชีขาย ซึ่งก็ได้จังหวะเหมาะกับที่เซบีญ่ากำลังต้องการกองหน้ามากประสบการณ์พอดี จึงทำให้ดีลนี้จบลงได้อย่างไว และในที่สุดชิชาริโต้ก็ได้เปิดตัวกับเซบีญ่าเป็นที่เรียบร้อย ด้วยการรับเสื้อหมายเลข14เพื่อลงล่าตาข่าย

   เซบีญ่าได้บรรลุข้อตกลงราคา8ล้านปอนด์เพื่อกระชากตัวชิชาริโต้ให้กลับยิงประตูในแดนกระทิงอีกคำรบ  โดยเป็นการเซ็นสัญญากันเป็นเวลา3ซีซั่น ซึ่งจะทำให้กองหน้าวัย31กะรัตยุติผลงานการทำประตูให้กับขุนค้อนไว้ที่17ประตูจากการลงเล่น63แม็ตซ์

ชิชาริโต้หวานขอร่วมาสร้างความสุขให้แฟนบอล เซบีญ่า ทั้งหลาย

   ฮาเวียร์ ชิชาริโต้ผู้เคยมีประสบการณ์กับลาลีก้าสเปนมาแล้วในปี2014 โดยในเวลานั้น “เจ้าถั่วน้อย” ได้ถูกรีลมาดริดยืมตัวมาใช้งานและลงเล่นไปทั้งสิ้นราว33เกมพร้อมการล่าสกอร์อีก9ประตู ซึ่งทำให้ ยูเลน โลเปรเตกีหวังพึ่งพาประสบการณ์ของเค้าอีกครั้งเนื่องจากเซบีญ่ามีโปรแกรมที่จะต้องลงเล่นในศึกยูโรป้าลีกในซีซั่นนี้นั่นเอง

   “ ชิชาริโต้เป็นมืออาชีพตลอดระยะเวลาที่ร่วมงานกันมา สโมสรเวสต์แฮมของอวยพรให้เค้าประสบความสำเร็จในสเปน ”เวสต์แฮมได้แถลงข้อความอย่างเป็นทางการ ในขณะที่ตัวนักเตะก็ได้เดินทางไปชูเสื้อกับเซบีญ่าเป็นที่เรียบร้อย “ ผมรู้สึกคุ้นเคยกับสเปน มันเยี่ยมยอดที่ได้กลับสัมผัสฟุตบอลของประเทศนี้อีกครั้ง เซบีญ่าเป็นทีมที่มีความกระหาย ผลงานของทีมในระยะหลังเป็นไปอย่างมหัศจรรย์ ผมหวังว่าผมจะได้เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของสโมสร ” อดีตดาวเตะแมนยูกล่าวอย่างมุ่งมั่น

    โดยฮาเวียร์ ชิชาริโต้จัดเป็นนักเตะเกมรุกที่เซนต์การทำประตูโดดเด่น จนกุนซือระดับปรมาจารย์อย่าง เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสันยังเคยดึงมาช่วยล่าแชมป์พรีเมียร์ลีกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอยู่หลายปี(6ซีซั่น) และเจ้าตัวก็มีดีกรีเป็นถึงแชมป์พรีเมียร์ลีก2สมัยและแชมป์เอฟเอคัพอีกสมัยหนึ่งกับทีมปีศาจแดง และหลังจากนั้น “เจ้าถั่วน้อย” ก็ได้พเนจรไปอยู่กับหลายต่อหลายทีมไม่ว่าจะเป็น รีลมาดริด,ไบเออร์เลเวอร์คูเซ่น และเวสต์แฮม

Read More

โบโลญญ่า หวังอัดแดนกลางให้ดุด้วยการดึงเมเดลมิดฟิลด์ชิลี

โบโลญญ่า

   โบโลญญ่าทีมดังแห่งกัลโช่ เซเรียอามีความตั้งใจที่จะเสริมทัพในตำแหน่งกองกลางตัวรับ โดยเป้าหมายในครั้งนี้ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลแต่เป็นการี เมเดลมิดฟิลด์เลือดร้อนที่ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับเบซิคตัสในลีกตุรกี โดยพวกเค้าเชื่อว่าคาแรกเตอร์ความเป็นนักสู้ของเดเมลจะช่วยให้แดนกลางแน่นขึ้น เนื่องจากเวลานี้ตัวกุนซืออย่างซินิซ่า มิไฮโลวิชก็ไม่อาจคุมทีมได้อย่างเต็มตัวเนื่องจากยังต้องพักรักษาตัวด้วยอาการลูคิเมีย จึงทำให้โบโลญญ่าจำเป็นต้องพึ่งพาผู้เล่นที่มีความเป็นผู้นำในสนาม และเมเดลก็มีคาแรกเตอร์นั้นอย่างชัดเจน

    นอกจากนี้การี เมเดลยังเคยค้าแข้งกับอินเตอร์มาก่อน จึงทำให้การปรับตัวในลีกอีตาเลี่ยนไม่น่าจะมีปัญหากับเจ้าตัวแต่อย่างใด โดยกองกลางชาวชิลีเคยเล่นกัลโช่ เซเรียอามาแล้วกว่า100เกม ทั้งยังมีดีกรีนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของชิลีประจำปี2008 ทำให้รอสโซ่บลูหวังใจจะให้เมเดลเป็นตัวตัดเกมในแดนกลาง เนื่องจากพวกเค้าเพิ่งจะเสียกองกลางตัวรับชั้นดีอย่างเอริค ปุลการ์(นักเตะชิลีเหมือนกัน)ไปให้กับฟิออเรนติน่า และได้เงินค่าตัวมาถึง10ล้านยูโร ซึ่งน่าจะเพียงพอที่จะปิดดีลกับเมเดล เนื่องจากเจ้าตัวก็เหลือสัญญากับเบซิคตัสอีกเพียงปีเดียวเท่านั้น

เมเดลแม้อายุล่วงเข้า32แต่ความดุดันไม่พร่องตรงใจมิไฮกุนซือ โบโลญญ่า

   ซินิซ่า มิไฮโลวิชที่ปัจจุบันยังรั้งตำแหน่งกุนซือโบโลญญ่านั้นไม่อาจทำหน้าที่คุมลูกทีมซ้อมได้ด้วยตัวเอง หรือแม้แต่การคุมทีมข้างสนามเนื่องจากต้องรับการบำบัดเกี่ยวกับอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว จึงทำให้เทรนเนอร์ชาวเซิร์บหวังจะใช้ความเก๋าของเมเดลในการช่วยประคองทีมในซีซั่นนี้ เนื่องจากการี เมเดลเป็นผู้เล่นกองกลางที่มีสไตล์วิ่งสู้ฟัดกัดไม่ปล่อย ซึ่งเป็นคาแรกเตอร์นักสู้ที่โค้ชมิไฮโลวิชชื่นชอบนั่นเอง

   แม้ว่าเรื่องคาแรกเตอร์และประสบการณ์ของเมเดลจะสามารถเพิ่มมิติในเกมแดนกลางให้โบโลญญ่าได้อย่างแน่นอนหากย้ายมาร่วมทีมจริง กระนั้นกองกลางทีมชาติชีลีก็มีจุดอ่อนที่น่ากังวลอยู่ไม่น้อยเช่นกัน นั่นคือเค้าเป็นผู้เล่นประเภทจุดเดือดต่ำ และในรายการโคปา อเมริการที่ประเทศบราซิลเมื่อไม่นานมานี้เจ้าตัวก็เพิ่งจะโดนใบแดงจากไปกระทบกระทั่งกับลีโอแนลเมสซี่ อีกทั้งเมื่อซีซั่นที่แล้ว(2018/19)เมเดลสะสมใบเหลืองไปทั้งสิ้น11ใบในลีกตุรกี และหนึ่งในจำนวนนั้นเป็นการโดนสองใบเหลืองจนกลายเป็นใบแดงอีกหนึ่งครั้งอีกต่างหาก

Read More