อาร์เซนอล เตรียมแผนสองสนดึงมิลิคหัวหอกนาโปลีเสริมทัพ

อาร์เซนอล

   แม้ปัจจุบันอาร์เซนอลจะมีหัวหอกตัวเก่งอย่างปิแอร์ เอเมริค โอบาเมยองคอยล่าสกอร์ให้ในซีซั่นนี้ แต่ด้วยสัญญาปัจจุบันที่ใกล้จะหมดลงในอีกราว15เดือนก็ทำให้มีความเป็นได้ว่าโอเบเมยองถูกขายออกไปในช่วงซัมเมอร์นี้ หรือไม่ก็ย้ายออกแบบฟรีๆในซัมเมอร์ปี2021 จนทำให้ทีมปืนใหญ่จำเป็นต้องเล็กหาใครซักคนมาเติมแดนหน้าไว้ให้อุ่นใจ โดยมีชื่อของ อาร์คาดิอุสซ์ มิลิคศูนย์หน้าของนาโปลีเข้ามาเกี่ยวข้อง

    อาร์คาดิอุสซ์ มิลิคทำประตูไปทั้งหมด12เม็ดจากการลงสนาม22นัด แล้วทัพอัตซูร่าก็ต้องการที่ให้กองหน้าวัย26ปีอยู่เป็นตัวหลักของทีมต่อไปอีกหลายปี แต่ทว่าก็ติดขัดที่สัญญาฉบับใหม่ของมิลิคกำลังจะหมดลงในช่วงกลางปี2021 และการเจรจาเรื่องต่อสัญญาก็ดูจะไม่ที่ท่าว่าจะลุล่วงได้ง่ายๆ ซึ่งเจนนาโร่ กัตตูโซ่กุนซือนาโปลีก็ได้ยื่นคำขาดกับสโมสรไว้แล้วว่าหากไม่สามารถตกลงเรื่องยืดสัญญากับมิลิคให้เสร็จก่อนจบฤดูกาลได้ก็จะให้นาโปลีขึ้นบัญชีขายนักเตะรายนี้ในช่วงซัมเมอร์ได้เลย โดยคาดการณ์กันว่ามิลิคน่าจะมีค่าตัวราว40ล้านยูโร

    อย่างไรก็ตามอาร์เซนอลก็คงต้องพิจารณาเรื่องการดึงตัวอาร์คาดิอุสซ์ มิลิคอย่างถี่ถ้วนเนื่องจากเจ้าตัวถูกยกให้เป็นแข้งกระดูกยุงที่ได้รับบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้งแม้ว่าสถิติการรับใช้นาโปลีจะถือว่าไม่ธรรมดาก็ตาม(ลงสนาม109นัดยิงไป46ประตู)

เสียงแตก อาร์เซนอล ปันใจขอบัตรคิวซิวตัวโชต้ากองหน้าวูล์ฟแฮมตันด้วย

    ในขณะเดียวกันอาร์เซนอลก็ให้ความสนใจกองหน้าในพรีเมียร์ลีกด้วยกันอย่าง ดีโอโก้ โชต้า ด้วยแม้ว่าจะต้องเปิดศึกแย่งลายเซ็นต์กับแอตฯมาดริดก็ตาม

    ดีโอโก้ โชต้าแนวรุกวูล์ฟแฮมตันเป็นกำลังสำคัญที่พาทัพหมาป่าโชว์ฟอร์มเก่งในศึกยูโรป้าลีกส์ แถมยังยิงประตูรวมกันในซีซั่นนี้ถึง15ประตูจากทุกรายการ จึงทำให้มิเกล อาร์เตต้าหันมาสนใจดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสขึ้นทันที โดยกุนซือชาวสเปนมองว่าโชต้านั่นทั้งความเร็วในการยืมริมเส้น พร้อมทั้งยังสามารถโยกมายืนเป็นกองหหน้าตัวกลางตามแต่สถานการณ์ จึงน่าจะทดแทนในกรณีที่ต้องเสียโอมาเมยองไปได้อย่างไม่ยาก อย่างไรก็ดีทีมปืนโตคงต้องลุ้นเหนื่อยเหมือนกันสำหรับดีลนี้ เมื่อโชต้าเองก็เริ่มเนื้อหอมฟุ้งจนไปเตะจมูกเข้ากับทีมตราหมีเข้าให้ด้วยเหมือนกัน

Read More

เชียเรอร์ ขวางหงส์ไม่ควรได้ถ้วยหากพรีเมียร์ไม่กลับมาแข่งต่อ

เชียเรอร์

    หลังจากพรีเมียร์ลีกประกาศเลื่อนการแข่งขันออกไปราวหนึ่งเดือนจากผลการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ในอังกฤษ ก็ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าแล้วโปรแกรมการแข่งขันในเกมที่เหลือจะทำอย่างไร รวมไปถึงความสงสัยถึงขั้นเลวร้ายสุดๆที่หากพรีเมียร์ลีกไม่สามารถกลับมาแข่งต่อกันได้อีกแล้วช่วงที่เหลือ แล้วแชมป์พรีเมียร์ลีกจะตัดสินกันได้อย่างไร ซึ่งก็ตามมาด้วยความเห็นที่แตกต่าง โดยหลายทีมก็เห็นด้วยว่าสมควรยกแชมป์ให้กับลิเวอร์พูลไปเลย แต่ทว่าอลัน เชียเรอร์อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษกลับออกมาแทงสวนว่าไม่มีทางเป็นไปได้

    “ ก่อนที่จะไปพูดถึงเรื่องอื่นๆต่อไป ผมต้องบอกก่อนว่าผมชื่นชมผลงานของลิเวอร์พูลในซีซั่นนี้อย่างมาก แต่มันคนละเรื่องกันกับการจะถ้วยแชมป์ให้พวกเค้าหากฟุตบอลลีกของเราไม่กลับมาเตะกันต่อ มันเป็นไปได้ที่จะตัดสินแชมป์ หรือปรับทีมใดๆตกชั้นโดยไม่ต้องให้ทีมเหล่านั้นลงเตะในเกมที่เหลือ มันอาจฟังดูโหดร้ายกับลิเวอร์พูล แต่นั่นคือความจริงที่เราต้องยอมรับ ”

    “ เราทุกคนทราบดีว่าการชูถ้วยพรีเมียร์ลีกมีความหมายกับลิเวอร์พูลอย่างมาก แต่การแข่งขันฟุตบอลลีกมีกติกาของมัน แล้วพวกเค้าก็ต้องยอมรับมัน แม้เงื่อนไขการเป็นแชมป์ของพวกเค้าจะใกล้เคียงอย่างมาก สำหรับการเก็บอีก6แต้ม แต่เงื่อนไขเดียวที่ชาวเดอะค็อปจะสมหวังคือต้องการภาวนาให้พรีเมียร์ลีกกลับมาเตะกันต่อ มันไม่ใช่แค่ทีมแชมป์หรอกที่ต้องยอมรับ แม้แต่ทีมที่ล่อแล่ต่อการตกชั้นก็เหมือนกัน พวกเค้าอาจกำลังหวังให้เอฟเอประกาสการแข่งขันเป็นโมฆะด้วยซ้ำ เพื่อที่พวกเค้าจะได้นับหนึ่งใหม่ ซึ่งมันก็ไม่แฟร์ทีมในอันดับ14-17เหมือนกันนั่นแหล่ะ ” เชียเรอร์ร่ายยาว

เฟล็ตเชอร์เห็นด้วยกับ เชียเรอร์ พรีเมียร์ต้องกลับมาแข่งขันกันต่อให้จงได้

    ดาเรน เฟล็ชเชอร์อดีตกองกลางแมนยูฯก็ออกตัวสนับสนุนแนวคิดของเชียร์เรอร์เช่นกัน “ พรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่มีเงินสนับสนุน และสปอนเซอร์มากมาย ซึ่งมันจะยุ่งเหยิงมากหากลีกถูกประกาศตัดจบโดยไม่มีการลงเล่นในเกมที่เหลือ เพราะนี้ก็ผ่านเกมการแข่งขันมาแล้วถึง30นัด ถ้าจะปล่อยให้ไปนับหนึ่งกันใหม่ในปีหน้า มันจะสะเทือนถึงรายได้ และผู้สนับสนุนต่างๆ เพราะพวกเค้าลงทุนกันมามากแล้ว ”

    “ ผมยังเชื่อว่าเอฟเอจะหาทางกลับแข่งต่อให้จบให้ได้ แม้ว่ามันอาจจะกินเวลาไปถึงเดือนมิถุนายน หรือกรกฎาคมก็ตาม มีโอกาสน้อยมากที่พวกเค้าจะยอมให้ทุกอย่างจบลงที่ตรงนี้ ” เฟล็ชเชอร์ทำนายล่วงหน้า

Read More

ลียง อ้างโควิด-19ระบาดหนักขอร้องให้การแข่งลีกเอิงปีนี้โมฆะ

ลียง

    ด้วยวิกฤตเชื่อไวรัสโควิด-19ที่ระบาดหนักไปทั่วโลกก็มีผลให้ฟุตบอลลีกใหญ่ของยุโรปต่างถูกประกาศเลื่อนกันแข่งขันออกไปในหลายประเทศ แล้วลีกเอิงฝรั่งเศสก็เป็นหนึ่งในนั้น จนทำให้ประธานสโมสรลียงออกมาขอเรียกร้องให้ฟุตบอลลีกในประเทศที่แข่งขันกันมาในฤดูกาล2019/20เป็นโมฆะไป แล้วให้ทุกๆทีมกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ในฤดูกาลหน้าไปเลย

    “ ความปลอดภัยของผู้คนในประเทศมีความสำคัญที่สุด เราเสนอให้ยกเลิกการแข่งขันในปีนี้ไปเลย พร้อมกับไปเริ่มกันใหม่ในซีซั่นหน้า จะมีคนที่ได้รับผลกระทบในเรื่องนี้มากมาย แต่ทุกฝ่ายควรมองกันที่เหตุและผล มันเป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติ การให้ลีกปีนี้เป็นโมฆะคือเรื่องจำเป็น และเป็นความยุติธรรม มันเป็นไปตามกฎการแข่งขัน หากไม่มีการเตะกันครบโปรแกรมมันจะไม่สามารถตัดจบทุกเรื่องด้วยตารางคะแนนปัจจุบันได้ มันไม่เคยมีเรื่องแบบนี้ในวงการฟุตบอล แล้วโอลิมปิค ลียงก็จะไม่มีทางยอมรับมันด้วย ” ฌอง-มิเชล โอลาสประธานสโมสรลียงแสดงทัศนะ

     อย่างไรก็ตามความเห็นนี้ได้ถูกหลายสโมสรในฝรั่งเศสกล่าวตำหนิเป็นอย่างมาก โดยหลายคนมองว่าโอลิมปิค ลียงฉวยโอกาสที่ให้ฟุตบอลลีกเอิงเป็นโมฆะ เพื่อรักษาสิทธิการกลับไปเตะถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเท่านั้น เนื่องจากอันดับปัจจุบันพวกเค้าอยู่อันดับ7พร้อมมีแต้มห่างโซนโควต้าถึง10คะแนน ซึ่งหากลีกเอิงกลับมาเตะกันต่อก็เป็นงานหินที่ลียงจะกลับมาจบอันดับด้วยการได้สิทธิกลับไปเตะถ้วยดังกล่าว

ปาเยตอัดประธาน ลียง เป็นคนฉวยโอกาสที่น่ารังเกียจไม่แพ้โควิด-19

     ด้านดิมิทรี ปาเยตปีกตัวเก่งของโอลิมปิค มาร์กเซยก็ได้ออกมากล่าวโจมตีฌอง-มิเชล โอลาสทันทีหลังได้ฟังความเห็นเรื่องการขอโมฆะการแข่งขันในลีกเอิง “ ลียงดูจะเป็นห่วงเป็นใยผู้คน แต่อันที่จริงพวกเค้าแต่ห่วงโควตายูซีแอลเท่านั้นเอง มองดูตารางคะแนนซิพวกเค้าตามตูดทีมอื่นๆตั้งกี่แต้ม ผมชื่นชมคนที่มีพยายาม แต่กับสถานการณ์แบบนี้มันคือความน่ารังเกียจ เค้ามีไข้หรือเปล่าถึงได้พูดอะไรบ้าๆแบบนี้  ”

     “ ผมเข้าใจสถานการณ์โควิด-19 แล้วผมก็ปรารถนาให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี ส่วนเรื่องฟุตบอลเราควรหารือกันอีกครั้งเมื่อทุกอย่างเป็นปกติ ทุกคนมีความวิตก ทุกคนอาจกำลังเครียด แต่เรายังมีเวลาจัดการกับมันให้ถูกต้อง คุณไม่สามารถพูดเอาแต่ได้กับการแข่งขันที่เตะกันไปแล้วถึง28แม็ตซ์ได้หรอก ” ปีกวัย32กะรัตกล่าวอย่างไม่พอใจ

Read More

รูนี่ อัดรัฐบาลผู้ดีคิดช้าจนคนในวงการฟุตบอลติดเชื้อโควิด-19

รูนี่

    แม้ว่าสมาคมฟุตบอลอังกฤษจะสั่งหยุดการแข่งขันฟุตบอลในทุกดิวิชั่นไปแล้วเพื่อลดความเสี่ยงในช่วงที่วิกฤตไวรัสโควิด-19กำลังระบาด แต่นั่นก็เกิดขึ้นหลังจากมีนักเตะและผู้จัดการทีมฟุตบอลในศึกพรีเมียร์ลีกถูกตรวจพบว่าได้รับการติดเชื่อไปแล้ว ซึ่งเวย์น รูนี่อดีตดาวยิงทีมชาติอังกฤษไม่สบอารมณ์กับเรื่องนี้เป็นอันมาก

    “ แน่นอนว่าฟุตบอลถือเป็นกีฬาอันดับหนึ่งของอังกฤษ มันมีความคาดหวังในระดับสูง แต่นักฟุตบอลและทีมงานต้องการได้รับการปกป้องเช่นกัน พวกเราถูกแจ้งให้แข่งขันกันต่อทั้งที่กีฬาอย่างมวย,เทนนิสช,การแข่งรถสูตรหนึง และรักบี้หยุดทำการแข่งขันไปหมดแล้ว ”

    “ ผมดีใจที่มีการตัดสินใจแบบนั้น แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าไม่ใช่เพราะมีผู้จัดการทีมในพรีเมียร์ลีกถูกตรวจพบว่าติดเชื้อพวกเราจะถูกสั่งให้หยุดแบบนี้ไหม มันเป็นการตัดสินใจที่ไม่ทันต่อสถานการณ์ เราควรป้องกันไม่ให้มันเกิด ไม่ใช่ว่ารอให้สถานการณ์มันแย่แบบสุดๆแล้วค่อยมาบอกว่า เอาละ พวกเราหยุดได้แล้ว ” กองหน้าดาร์บี้กล่าวอย่างมีอารมณ์

    โดยควาไม่พอใจของรูนี่ย์เกิดมาจากการที่พรีเมียร์ลีกสั่งหยุดทำการแข่งขันช้ากว่าลีกอิตาลี่ และสเปน จนทำให้ มิเกล อาร์เตต้ากุนซืออาร์เซนอล,แบรนดอน ร็อดเจอร์สกุนซือเลสเตอร์ และคัมลั่ม ฮัดสัน โอดอยปีกเชลซีต่างถูกตรวจพบว่าได้รับเชื่อโควิด-19ไปแล้วก่อนหน้านั้น

รูนี่ ชี้ความปลอดภัยพลเมืองเป็นเรื่องหลักฟุตบอลเป็นเรื่องรอง

     อดีตเด็กปั้นท็อฟฟี่ยังได้กล่าเสริมอีกว่าตอนนี้ไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องฟุตบอลเลยแต่อยากให้ทุกฝ่ายมันใจเสียก่อนว่าชีวิตของประชาชนในอังกฤษจะปลอดภัยจากเชื้อร้าย “ ในสถานการณ์แบบนี้ไม่มีอะไรสำคัญกว่าความปลอดภัยของผู้คน ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่านี้อีกแล้ว ไม่แม้กระทั่งการแข่งขันฟุตบอล ผมไม่คิดว่าการได้แชมป์,โควตายุโรป หรือการตกชั้นจะเป็นเรื่องสำคัญเหนือนสถานการณ์ตรงนี้ ”

     “ เราหวังว่าเรื่องนี้จะผ่านไปด้วยดี ส่วนเรื่องของฟุตบอลเราก็ค่อยมาหารือกันใหม่ พวกเราคือนักฟุตบอลอาชีพ เรามีความพร้อมที่จะรับมือกับโปรแกรมการแข่งขันไม่ว่ามันเลื่อนออกไปจบตรงไหนก็ตาม ขอเพียงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องปลอดภัย มันมีทางออกของมันเองในตัว ”

     “ มันอาจนำวงการฟุตบอลไปสู่วัฏจักรใหม่ เส้นตายปิดฤดูกาลอาจเปลี่ยนไป พวกเราอาจได้เห็นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆอย่าง ยูโร หรือฟุตบอลที่ลงเตะกันในช่วงหน้าหนาวแทนก็เป็นได้ มันอาจมีปัญหาเรื่องการจัดการในหลายส่วน แต่มันก็เป็นที่จำเป็นต้องทำ แล้วเราทุกคนต้องยอมรับ ” รูนี่ย์ในวัย34ปีแสดงทัศนะ

Read More

โมนาโก ป้องกันไว้ก่อนจับโกโลวินสตาร์หมีขาวยืดสัญญาออกไปอีก1ปี

โมนาโก

    อเล็กซานเดอร์ โกโลวินตัวรุกทีมชาติรัสเซียได้ถูกโมนาโกจับขยายสัญญาจากเดิมออกไปอีกหนึ่งปี จึงทำให้ดาวเตะวัย23ปีจะมีสัญญาอยู่ในถิ่นสต๊าด หลุยส์ เดอซ์ไปจนถึง30มิถุนายน2024เลยทีเดียว

    ถึงแม้ว่าโมนาโกจะยังคงไม่สามารถทำอันดับกลับมาสู่การเล่นถ้วยยุโรปได้ตามเป้า แต่ทว่ากุนซือโรเบิร์ต โมเรโน่ก็ยืนยันให้สโมสรยืดสัญญากับสตาร์หมีขาวรายนี้เอาไว้ก่อน แม้ว่าโกโลวินจะยังไม่ได้โชว์ฟอร์มเด่นอะไรมากมายกับการเล่นในลีกน้ำหอม แต่ด้วยความที่สามารถลงเล่นได้ในสารพัดตำแหน่ง(ปีกสองข้าง,มิดฟิลด์ตัวกลาง,มิดฟิลด์ตัวรุก) อีกทั้งผลงานในระดับทีมชาติของโกโลวินก็ยังยอดเยี่ยมจึงทำให้เทรนเนอร์สเปนเชื่อมั่นว่าโกโลวินจะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมได้ในอนาคต จึงต้องจับยืดสัญญาเพื่อป้องกันความสนใจจากสโมสรอื่นเสียแต่เนิ่นๆ

    โดยอเล็กซานเดอร์ โกโลวินแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก2018 โดยเค้าสามารถพาทีมชาติรัสเซียทะลุเข้าไปได้ไกลถึงรอบ8ทีมสุดท้าย จนทำให้โมนาโกยอมจ่ายเงินถึง30ล้านยูโรเพื่อดึงตัวมาจากซีเอสเคเอ มอสโก แล้วตลอดเกือบสองปีที่ผ่านมาเจ้าตัวก็ลงเล่นให้โมนาโกไปแล้ว65นัดยิงได้7ประตูกับอีก8แอสซิสต์

ซิเดเบ้ขอสวนทางลั่นอยากอยู่ช่วยเอฟเวอร์ตันมากกว่ากลับไป โมนาโก

     ในขณะเดียวกัน ฌิบริล ซิเดเบ้ฟูลแบ็คฟอร์มดีของเอฟเวอร์ตันก็ยืนยันว่าไม่อยากกลับมายังโมนาโกอีกแล้วแต่อยากเซ็นสัญญาถาวรกับเอฟเวอร์ตันมากกว่า “ ผมชอบการแข่งขันในอังกฤษมาก แล้วเอฟเวอร์ตันก็กำลังทำงานหนักเพื่อเป้าหมายสำคัญ ทีมตั้งเป้าที่จะไปเตะในระดับสโมสรยุโรป เราทุกคนต่างทุ่มเททุกอย่างเพื่อมัน ”

     “ ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากอยู่ที่เอฟเวอร์ตันต่อไป ผมแจ้งกับประธานสโมสรโมนาโกแล้ว แล้วพวกเค้าก็เข้าใจแต่มันก็ต้องดูท่าทีของเอฟเวอร์ตันด้วยว่า เราคงได้เห็นกันหลังจบฤดูกาล ” ฟูลแบ็ควัย27กะรัตชี้แจง

     เอฟเวอร์ตันเซ็นสัญญายืมตัวซิเดเบ้มาใช้งานจนถึงมิถุนายนี้เท่านั้น โดยหากพวกเค้าต้องการใช้งานต่อก็สามารถใช้เงื่อนไขซื้อขาดได้ที่สนนราคา12.7ล้านปอนด์ แต่ดูเหมือนด้านคาร์โล อันเชลอตติจะยังสงบนิ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ และมีความเป็นไปได้ว่าซิเดเบ้จะถูกส่งตัวกลับไปยังโมนาโกหลังจบฤดูกาล เนื่องจากนายใหญ่เลี่ยนมีข่าวว่าอยากได้ตัวเจมี่ แฮมิงตันแบ็คดาวรุ่งเลือดสก็อตมาร่วมงานมากกว่า

Read More