อาร์เซนอล เตรียมแผนสองสนดึงมิลิคหัวหอกนาโปลีเสริมทัพ

อาร์เซนอล

   แม้ปัจจุบันอาร์เซนอลจะมีหัวหอกตัวเก่งอย่างปิแอร์ เอเมริค โอบาเมยองคอยล่าสกอร์ให้ในซีซั่นนี้ แต่ด้วยสัญญาปัจจุบันที่ใกล้จะหมดลงในอีกราว15เดือนก็ทำให้มีความเป็นได้ว่าโอเบเมยองถูกขายออกไปในช่วงซัมเมอร์นี้ หรือไม่ก็ย้ายออกแบบฟรีๆในซัมเมอร์ปี2021 จนทำให้ทีมปืนใหญ่จำเป็นต้องเล็กหาใครซักคนมาเติมแดนหน้าไว้ให้อุ่นใจ โดยมีชื่อของ อาร์คาดิอุสซ์ มิลิคศูนย์หน้าของนาโปลีเข้ามาเกี่ยวข้อง

    อาร์คาดิอุสซ์ มิลิคทำประตูไปทั้งหมด12เม็ดจากการลงสนาม22นัด แล้วทัพอัตซูร่าก็ต้องการที่ให้กองหน้าวัย26ปีอยู่เป็นตัวหลักของทีมต่อไปอีกหลายปี แต่ทว่าก็ติดขัดที่สัญญาฉบับใหม่ของมิลิคกำลังจะหมดลงในช่วงกลางปี2021 และการเจรจาเรื่องต่อสัญญาก็ดูจะไม่ที่ท่าว่าจะลุล่วงได้ง่ายๆ ซึ่งเจนนาโร่ กัตตูโซ่กุนซือนาโปลีก็ได้ยื่นคำขาดกับสโมสรไว้แล้วว่าหากไม่สามารถตกลงเรื่องยืดสัญญากับมิลิคให้เสร็จก่อนจบฤดูกาลได้ก็จะให้นาโปลีขึ้นบัญชีขายนักเตะรายนี้ในช่วงซัมเมอร์ได้เลย โดยคาดการณ์กันว่ามิลิคน่าจะมีค่าตัวราว40ล้านยูโร

    อย่างไรก็ตามอาร์เซนอลก็คงต้องพิจารณาเรื่องการดึงตัวอาร์คาดิอุสซ์ มิลิคอย่างถี่ถ้วนเนื่องจากเจ้าตัวถูกยกให้เป็นแข้งกระดูกยุงที่ได้รับบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้งแม้ว่าสถิติการรับใช้นาโปลีจะถือว่าไม่ธรรมดาก็ตาม(ลงสนาม109นัดยิงไป46ประตู)

เสียงแตก อาร์เซนอล ปันใจขอบัตรคิวซิวตัวโชต้ากองหน้าวูล์ฟแฮมตันด้วย

    ในขณะเดียวกันอาร์เซนอลก็ให้ความสนใจกองหน้าในพรีเมียร์ลีกด้วยกันอย่าง ดีโอโก้ โชต้า ด้วยแม้ว่าจะต้องเปิดศึกแย่งลายเซ็นต์กับแอตฯมาดริดก็ตาม

    ดีโอโก้ โชต้าแนวรุกวูล์ฟแฮมตันเป็นกำลังสำคัญที่พาทัพหมาป่าโชว์ฟอร์มเก่งในศึกยูโรป้าลีกส์ แถมยังยิงประตูรวมกันในซีซั่นนี้ถึง15ประตูจากทุกรายการ จึงทำให้มิเกล อาร์เตต้าหันมาสนใจดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสขึ้นทันที โดยกุนซือชาวสเปนมองว่าโชต้านั่นทั้งความเร็วในการยืมริมเส้น พร้อมทั้งยังสามารถโยกมายืนเป็นกองหหน้าตัวกลางตามแต่สถานการณ์ จึงน่าจะทดแทนในกรณีที่ต้องเสียโอมาเมยองไปได้อย่างไม่ยาก อย่างไรก็ดีทีมปืนโตคงต้องลุ้นเหนื่อยเหมือนกันสำหรับดีลนี้ เมื่อโชต้าเองก็เริ่มเนื้อหอมฟุ้งจนไปเตะจมูกเข้ากับทีมตราหมีเข้าให้ด้วยเหมือนกัน

Read More

เชียเรอร์ ขวางหงส์ไม่ควรได้ถ้วยหากพรีเมียร์ไม่กลับมาแข่งต่อ

เชียเรอร์

    หลังจากพรีเมียร์ลีกประกาศเลื่อนการแข่งขันออกไปราวหนึ่งเดือนจากผลการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ในอังกฤษ ก็ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าแล้วโปรแกรมการแข่งขันในเกมที่เหลือจะทำอย่างไร รวมไปถึงความสงสัยถึงขั้นเลวร้ายสุดๆที่หากพรีเมียร์ลีกไม่สามารถกลับมาแข่งต่อกันได้อีกแล้วช่วงที่เหลือ แล้วแชมป์พรีเมียร์ลีกจะตัดสินกันได้อย่างไร ซึ่งก็ตามมาด้วยความเห็นที่แตกต่าง โดยหลายทีมก็เห็นด้วยว่าสมควรยกแชมป์ให้กับลิเวอร์พูลไปเลย แต่ทว่าอลัน เชียเรอร์อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษกลับออกมาแทงสวนว่าไม่มีทางเป็นไปได้

    “ ก่อนที่จะไปพูดถึงเรื่องอื่นๆต่อไป ผมต้องบอกก่อนว่าผมชื่นชมผลงานของลิเวอร์พูลในซีซั่นนี้อย่างมาก แต่มันคนละเรื่องกันกับการจะถ้วยแชมป์ให้พวกเค้าหากฟุตบอลลีกของเราไม่กลับมาเตะกันต่อ มันเป็นไปได้ที่จะตัดสินแชมป์ หรือปรับทีมใดๆตกชั้นโดยไม่ต้องให้ทีมเหล่านั้นลงเตะในเกมที่เหลือ มันอาจฟังดูโหดร้ายกับลิเวอร์พูล แต่นั่นคือความจริงที่เราต้องยอมรับ ”

    “ เราทุกคนทราบดีว่าการชูถ้วยพรีเมียร์ลีกมีความหมายกับลิเวอร์พูลอย่างมาก แต่การแข่งขันฟุตบอลลีกมีกติกาของมัน แล้วพวกเค้าก็ต้องยอมรับมัน แม้เงื่อนไขการเป็นแชมป์ของพวกเค้าจะใกล้เคียงอย่างมาก สำหรับการเก็บอีก6แต้ม แต่เงื่อนไขเดียวที่ชาวเดอะค็อปจะสมหวังคือต้องการภาวนาให้พรีเมียร์ลีกกลับมาเตะกันต่อ มันไม่ใช่แค่ทีมแชมป์หรอกที่ต้องยอมรับ แม้แต่ทีมที่ล่อแล่ต่อการตกชั้นก็เหมือนกัน พวกเค้าอาจกำลังหวังให้เอฟเอประกาสการแข่งขันเป็นโมฆะด้วยซ้ำ เพื่อที่พวกเค้าจะได้นับหนึ่งใหม่ ซึ่งมันก็ไม่แฟร์ทีมในอันดับ14-17เหมือนกันนั่นแหล่ะ ” เชียเรอร์ร่ายยาว

เฟล็ตเชอร์เห็นด้วยกับ เชียเรอร์ พรีเมียร์ต้องกลับมาแข่งขันกันต่อให้จงได้

    ดาเรน เฟล็ชเชอร์อดีตกองกลางแมนยูฯก็ออกตัวสนับสนุนแนวคิดของเชียร์เรอร์เช่นกัน “ พรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่มีเงินสนับสนุน และสปอนเซอร์มากมาย ซึ่งมันจะยุ่งเหยิงมากหากลีกถูกประกาศตัดจบโดยไม่มีการลงเล่นในเกมที่เหลือ เพราะนี้ก็ผ่านเกมการแข่งขันมาแล้วถึง30นัด ถ้าจะปล่อยให้ไปนับหนึ่งกันใหม่ในปีหน้า มันจะสะเทือนถึงรายได้ และผู้สนับสนุนต่างๆ เพราะพวกเค้าลงทุนกันมามากแล้ว ”

    “ ผมยังเชื่อว่าเอฟเอจะหาทางกลับแข่งต่อให้จบให้ได้ แม้ว่ามันอาจจะกินเวลาไปถึงเดือนมิถุนายน หรือกรกฎาคมก็ตาม มีโอกาสน้อยมากที่พวกเค้าจะยอมให้ทุกอย่างจบลงที่ตรงนี้ ” เฟล็ชเชอร์ทำนายล่วงหน้า

Read More

ลียง อ้างโควิด-19ระบาดหนักขอร้องให้การแข่งลีกเอิงปีนี้โมฆะ

ลียง

    ด้วยวิกฤตเชื่อไวรัสโควิด-19ที่ระบาดหนักไปทั่วโลกก็มีผลให้ฟุตบอลลีกใหญ่ของยุโรปต่างถูกประกาศเลื่อนกันแข่งขันออกไปในหลายประเทศ แล้วลีกเอิงฝรั่งเศสก็เป็นหนึ่งในนั้น จนทำให้ประธานสโมสรลียงออกมาขอเรียกร้องให้ฟุตบอลลีกในประเทศที่แข่งขันกันมาในฤดูกาล2019/20เป็นโมฆะไป แล้วให้ทุกๆทีมกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ในฤดูกาลหน้าไปเลย

    “ ความปลอดภัยของผู้คนในประเทศมีความสำคัญที่สุด เราเสนอให้ยกเลิกการแข่งขันในปีนี้ไปเลย พร้อมกับไปเริ่มกันใหม่ในซีซั่นหน้า จะมีคนที่ได้รับผลกระทบในเรื่องนี้มากมาย แต่ทุกฝ่ายควรมองกันที่เหตุและผล มันเป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติ การให้ลีกปีนี้เป็นโมฆะคือเรื่องจำเป็น และเป็นความยุติธรรม มันเป็นไปตามกฎการแข่งขัน หากไม่มีการเตะกันครบโปรแกรมมันจะไม่สามารถตัดจบทุกเรื่องด้วยตารางคะแนนปัจจุบันได้ มันไม่เคยมีเรื่องแบบนี้ในวงการฟุตบอล แล้วโอลิมปิค ลียงก็จะไม่มีทางยอมรับมันด้วย ” ฌอง-มิเชล โอลาสประธานสโมสรลียงแสดงทัศนะ

     อย่างไรก็ตามความเห็นนี้ได้ถูกหลายสโมสรในฝรั่งเศสกล่าวตำหนิเป็นอย่างมาก โดยหลายคนมองว่าโอลิมปิค ลียงฉวยโอกาสที่ให้ฟุตบอลลีกเอิงเป็นโมฆะ เพื่อรักษาสิทธิการกลับไปเตะถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเท่านั้น เนื่องจากอันดับปัจจุบันพวกเค้าอยู่อันดับ7พร้อมมีแต้มห่างโซนโควต้าถึง10คะแนน ซึ่งหากลีกเอิงกลับมาเตะกันต่อก็เป็นงานหินที่ลียงจะกลับมาจบอันดับด้วยการได้สิทธิกลับไปเตะถ้วยดังกล่าว

ปาเยตอัดประธาน ลียง เป็นคนฉวยโอกาสที่น่ารังเกียจไม่แพ้โควิด-19

     ด้านดิมิทรี ปาเยตปีกตัวเก่งของโอลิมปิค มาร์กเซยก็ได้ออกมากล่าวโจมตีฌอง-มิเชล โอลาสทันทีหลังได้ฟังความเห็นเรื่องการขอโมฆะการแข่งขันในลีกเอิง “ ลียงดูจะเป็นห่วงเป็นใยผู้คน แต่อันที่จริงพวกเค้าแต่ห่วงโควตายูซีแอลเท่านั้นเอง มองดูตารางคะแนนซิพวกเค้าตามตูดทีมอื่นๆตั้งกี่แต้ม ผมชื่นชมคนที่มีพยายาม แต่กับสถานการณ์แบบนี้มันคือความน่ารังเกียจ เค้ามีไข้หรือเปล่าถึงได้พูดอะไรบ้าๆแบบนี้  ”

     “ ผมเข้าใจสถานการณ์โควิด-19 แล้วผมก็ปรารถนาให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี ส่วนเรื่องฟุตบอลเราควรหารือกันอีกครั้งเมื่อทุกอย่างเป็นปกติ ทุกคนมีความวิตก ทุกคนอาจกำลังเครียด แต่เรายังมีเวลาจัดการกับมันให้ถูกต้อง คุณไม่สามารถพูดเอาแต่ได้กับการแข่งขันที่เตะกันไปแล้วถึง28แม็ตซ์ได้หรอก ” ปีกวัย32กะรัตกล่าวอย่างไม่พอใจ

Read More

รูนี่ อัดรัฐบาลผู้ดีคิดช้าจนคนในวงการฟุตบอลติดเชื้อโควิด-19

รูนี่

    แม้ว่าสมาคมฟุตบอลอังกฤษจะสั่งหยุดการแข่งขันฟุตบอลในทุกดิวิชั่นไปแล้วเพื่อลดความเสี่ยงในช่วงที่วิกฤตไวรัสโควิด-19กำลังระบาด แต่นั่นก็เกิดขึ้นหลังจากมีนักเตะและผู้จัดการทีมฟุตบอลในศึกพรีเมียร์ลีกถูกตรวจพบว่าได้รับการติดเชื่อไปแล้ว ซึ่งเวย์น รูนี่อดีตดาวยิงทีมชาติอังกฤษไม่สบอารมณ์กับเรื่องนี้เป็นอันมาก

    “ แน่นอนว่าฟุตบอลถือเป็นกีฬาอันดับหนึ่งของอังกฤษ มันมีความคาดหวังในระดับสูง แต่นักฟุตบอลและทีมงานต้องการได้รับการปกป้องเช่นกัน พวกเราถูกแจ้งให้แข่งขันกันต่อทั้งที่กีฬาอย่างมวย,เทนนิสช,การแข่งรถสูตรหนึง และรักบี้หยุดทำการแข่งขันไปหมดแล้ว ”

    “ ผมดีใจที่มีการตัดสินใจแบบนั้น แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าไม่ใช่เพราะมีผู้จัดการทีมในพรีเมียร์ลีกถูกตรวจพบว่าติดเชื้อพวกเราจะถูกสั่งให้หยุดแบบนี้ไหม มันเป็นการตัดสินใจที่ไม่ทันต่อสถานการณ์ เราควรป้องกันไม่ให้มันเกิด ไม่ใช่ว่ารอให้สถานการณ์มันแย่แบบสุดๆแล้วค่อยมาบอกว่า เอาละ พวกเราหยุดได้แล้ว ” กองหน้าดาร์บี้กล่าวอย่างมีอารมณ์

    โดยควาไม่พอใจของรูนี่ย์เกิดมาจากการที่พรีเมียร์ลีกสั่งหยุดทำการแข่งขันช้ากว่าลีกอิตาลี่ และสเปน จนทำให้ มิเกล อาร์เตต้ากุนซืออาร์เซนอล,แบรนดอน ร็อดเจอร์สกุนซือเลสเตอร์ และคัมลั่ม ฮัดสัน โอดอยปีกเชลซีต่างถูกตรวจพบว่าได้รับเชื่อโควิด-19ไปแล้วก่อนหน้านั้น

รูนี่ ชี้ความปลอดภัยพลเมืองเป็นเรื่องหลักฟุตบอลเป็นเรื่องรอง

     อดีตเด็กปั้นท็อฟฟี่ยังได้กล่าเสริมอีกว่าตอนนี้ไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องฟุตบอลเลยแต่อยากให้ทุกฝ่ายมันใจเสียก่อนว่าชีวิตของประชาชนในอังกฤษจะปลอดภัยจากเชื้อร้าย “ ในสถานการณ์แบบนี้ไม่มีอะไรสำคัญกว่าความปลอดภัยของผู้คน ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่านี้อีกแล้ว ไม่แม้กระทั่งการแข่งขันฟุตบอล ผมไม่คิดว่าการได้แชมป์,โควตายุโรป หรือการตกชั้นจะเป็นเรื่องสำคัญเหนือนสถานการณ์ตรงนี้ ”

     “ เราหวังว่าเรื่องนี้จะผ่านไปด้วยดี ส่วนเรื่องของฟุตบอลเราก็ค่อยมาหารือกันใหม่ พวกเราคือนักฟุตบอลอาชีพ เรามีความพร้อมที่จะรับมือกับโปรแกรมการแข่งขันไม่ว่ามันเลื่อนออกไปจบตรงไหนก็ตาม ขอเพียงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องปลอดภัย มันมีทางออกของมันเองในตัว ”

     “ มันอาจนำวงการฟุตบอลไปสู่วัฏจักรใหม่ เส้นตายปิดฤดูกาลอาจเปลี่ยนไป พวกเราอาจได้เห็นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆอย่าง ยูโร หรือฟุตบอลที่ลงเตะกันในช่วงหน้าหนาวแทนก็เป็นได้ มันอาจมีปัญหาเรื่องการจัดการในหลายส่วน แต่มันก็เป็นที่จำเป็นต้องทำ แล้วเราทุกคนต้องยอมรับ ” รูนี่ย์ในวัย34ปีแสดงทัศนะ

Read More

โมนาโก ป้องกันไว้ก่อนจับโกโลวินสตาร์หมีขาวยืดสัญญาออกไปอีก1ปี

โมนาโก

    อเล็กซานเดอร์ โกโลวินตัวรุกทีมชาติรัสเซียได้ถูกโมนาโกจับขยายสัญญาจากเดิมออกไปอีกหนึ่งปี จึงทำให้ดาวเตะวัย23ปีจะมีสัญญาอยู่ในถิ่นสต๊าด หลุยส์ เดอซ์ไปจนถึง30มิถุนายน2024เลยทีเดียว

    ถึงแม้ว่าโมนาโกจะยังคงไม่สามารถทำอันดับกลับมาสู่การเล่นถ้วยยุโรปได้ตามเป้า แต่ทว่ากุนซือโรเบิร์ต โมเรโน่ก็ยืนยันให้สโมสรยืดสัญญากับสตาร์หมีขาวรายนี้เอาไว้ก่อน แม้ว่าโกโลวินจะยังไม่ได้โชว์ฟอร์มเด่นอะไรมากมายกับการเล่นในลีกน้ำหอม แต่ด้วยความที่สามารถลงเล่นได้ในสารพัดตำแหน่ง(ปีกสองข้าง,มิดฟิลด์ตัวกลาง,มิดฟิลด์ตัวรุก) อีกทั้งผลงานในระดับทีมชาติของโกโลวินก็ยังยอดเยี่ยมจึงทำให้เทรนเนอร์สเปนเชื่อมั่นว่าโกโลวินจะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมได้ในอนาคต จึงต้องจับยืดสัญญาเพื่อป้องกันความสนใจจากสโมสรอื่นเสียแต่เนิ่นๆ

    โดยอเล็กซานเดอร์ โกโลวินแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก2018 โดยเค้าสามารถพาทีมชาติรัสเซียทะลุเข้าไปได้ไกลถึงรอบ8ทีมสุดท้าย จนทำให้โมนาโกยอมจ่ายเงินถึง30ล้านยูโรเพื่อดึงตัวมาจากซีเอสเคเอ มอสโก แล้วตลอดเกือบสองปีที่ผ่านมาเจ้าตัวก็ลงเล่นให้โมนาโกไปแล้ว65นัดยิงได้7ประตูกับอีก8แอสซิสต์

ซิเดเบ้ขอสวนทางลั่นอยากอยู่ช่วยเอฟเวอร์ตันมากกว่ากลับไป โมนาโก

     ในขณะเดียวกัน ฌิบริล ซิเดเบ้ฟูลแบ็คฟอร์มดีของเอฟเวอร์ตันก็ยืนยันว่าไม่อยากกลับมายังโมนาโกอีกแล้วแต่อยากเซ็นสัญญาถาวรกับเอฟเวอร์ตันมากกว่า “ ผมชอบการแข่งขันในอังกฤษมาก แล้วเอฟเวอร์ตันก็กำลังทำงานหนักเพื่อเป้าหมายสำคัญ ทีมตั้งเป้าที่จะไปเตะในระดับสโมสรยุโรป เราทุกคนต่างทุ่มเททุกอย่างเพื่อมัน ”

     “ ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากอยู่ที่เอฟเวอร์ตันต่อไป ผมแจ้งกับประธานสโมสรโมนาโกแล้ว แล้วพวกเค้าก็เข้าใจแต่มันก็ต้องดูท่าทีของเอฟเวอร์ตันด้วยว่า เราคงได้เห็นกันหลังจบฤดูกาล ” ฟูลแบ็ควัย27กะรัตชี้แจง

     เอฟเวอร์ตันเซ็นสัญญายืมตัวซิเดเบ้มาใช้งานจนถึงมิถุนายนี้เท่านั้น โดยหากพวกเค้าต้องการใช้งานต่อก็สามารถใช้เงื่อนไขซื้อขาดได้ที่สนนราคา12.7ล้านปอนด์ แต่ดูเหมือนด้านคาร์โล อันเชลอตติจะยังสงบนิ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ และมีความเป็นไปได้ว่าซิเดเบ้จะถูกส่งตัวกลับไปยังโมนาโกหลังจบฤดูกาล เนื่องจากนายใหญ่เลี่ยนมีข่าวว่าอยากได้ตัวเจมี่ แฮมิงตันแบ็คดาวรุ่งเลือดสก็อตมาร่วมงานมากกว่า

Read More

เมสซี่ อาจลาบาเซโลน่าเเล้วหันไปร่วมงานกับเป๊ปที่เเมนซิตี้

เมสซี่

    เนื่องจากสถานการณ์ภายในของบาเซโลน่าที่ค่อนข้างวุ่นวาย ด้วยฟอร์มการเล่นที่ไม่แน่นอนจนต้องเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมลุกลามไปจนเอริค อบิดัลผอ.กีฬาประจำสโมสรต้องออกมากล่าวตำหนินักเตะในทีมเดียวกัน จนทำให้เมสซี่ผู้เป็นกัปตันทีมต้องออกมาด่าคืนอย่างไม่ไว้หน้า แล้วปัญหาอันอีรุงตุงนังนี้เองก็ทำให้มีข่าวลือตามมาทันทีว่าลีโอแนล เมสซี่อาจตัดสินใจอำลาทีมเจ้าบุญทุ่มแล้วหันไปร่วมงานกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่าที่อัลติฮัด สเตเดี้ยมแทน ซึ่งทันทีที่เกิดคำถามกุนซือแมนซิตี้ก็รีบออกมาปฏิเสธแบบทันควัน

เป๊ปให้เกียรติทีมเก่าอยากเห็น เมสซี่ แขวนเกือกกับบาซ่ามากกว่า

    “ ทุกคนต่างรู้ถึงกิตติศัพท์ของเมสซี่เป็นอย่างดี เค้ายังคงเป็นนักเตะคนสำคัญของบาเซโลน่า ซึ่งตามมารยาทแล้วผมไม่ควรพูดถึงเค้าด้วยซ้ำ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เค้ามีข่าวเรื่องการย้ายทีม แล้วในทุกๆครั้งเค้าก็ยังคงอยู่กับบาเซโลน่า นั่นบ่งบอกทุกอย่างในตัวอยู่แล้ว ผมคิดว่าเมสซี่น่าจะเลือกแขวนเกือกที่นั่นเลย เราคงไม่ได้เห็นเค้าสวมเสื้อทีมอื่นอีกแล้ว  ” กวาร์ดิโอล่ากล่าวอย่างเชื่อมั่น

    อย่างไรก็ตามช่วง2-3ปีหลังสุดดูเหมือนแมสซี่จะเริ่มมีปัญหากับชีวิตในสเปนมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการถูกฟ้องเรื่องเลี่ยงภาษี,การกล่าวโจมตีเพื่อนร่วมทีมอย่างเคราร์ด ปีเก้ และการบาดหมางกับอบิดัลผู้อำนวยการกีฬา อันเห็นได้ชัดว่าความสัมพันธ์ระหว่างเมสซี่ และต้นสังกัดเริ่มมีรอยร้าว จึงไม่แน่เหมือนกันว่าดาวยิงวัย32จะพร้อมอยู่ช่วยทีมต่อไปได้นานแค่ไหน

มาสเคราโน่ เสี้ยมเมสซี่ลาบุญทุ่มกลับค้าแข้งบ้านเกิดสบายใจกว่า

    จังหวะนี้เองฮาเวียร์ มาสเคราโน่อดีตเพื่อนร่วมทีมบาซ่าก็ได้ถือโอกาสชวนเมสซี่ให้กลับมาค้าแข้งในลีกอาร์เจนติน่า “ เมสซี่ประสบความสำเร็จกับบาเซโลน่ามาตลอดหลายปี ผมคิดว่ามันถึงจุดอิ่มตัวของเค้าแล้ว บางทีการแยกทางกันอาจเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย ”

   “ เมสซี่เคยพูดมาตลอดว่าเค้าอยากกลับมาเล่นในบ้านเกิด มันอาจถึงเวลาของเค้าแล้วก็ได้ มันขึ้นอยู่กับเมสซี่เองว่าต้องการอะไร ที่นี่(วงการฟุตบอลอาร์เจนติน่า)พร้อมต้อนรับเค้าเสมอ หากเค้ายอมกลับมาเล่นในลีกอาร์เจนติน่า มันน่าจะช่วยปลุกกระแสอะไรบางอย่างได้ ทุกคนต่างพูดกันมาตลอดว่าอยากเห็นลีกฟุตบอลที่แข็งแกร่ง แล้วนี่ก็เป็นโอกาสที่ดี ผมไม่รู้หรอกว่าจะมีสโมสรไหนกล้าหาญพอที่จะเซ็นสัญญากับเค้า แต่โลกฟุตบอลสมัยใหม่ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้น แล้วผมก็เชื่อแบบนั้นมาตลอด ” แนวรับวัย35กะรัตกล่าวอย่างมีหวัง

Read More

เดวี่ย์ อาจได้เป็นแบ๊คซ้ายเบอร์หนึ่งโลกโค้ชบาเยิร์นชุดเล็กกล่าว

เดวี่ย์

    ใครๆก็รู้ว่าบาเยิร์นมิวนิคมีแบ็คซ้ายตัวเก่งอยู่ถึงสองคนนั่นคือ ดาวิด อลาบา และลูคัส เออร์นานเดซ แต่ใครจะเชื่อว่าเมื่อผ่านมาถึงตรงนี้ทั้งสองแข้งยังได้ลงสนามน้อยกว่าอัลฟองโซ่ เดวี่ย์แบ็คซ้ายดาวรุ่งวัย19ปีเสียอีก นี่คือปรากฎการณ์ใหม่ในทีมเสือใต้เมื่อเจ้าหนูชาวแคนาดาเพิ่งจะย้ายทีมมาไม่ถึง12เดือนแต่กลับยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมชุดใหญ่ได้อย่างหน้าตาเฉย แถมมีค่าตัวยังทะลุ40ล้านยูโรเข้าไปแล้วอีกด้วย

    เซบาสเตียน ฮอยเนสโค้ชทีมบาเยิร์น มิวนิคผู้ซึ่งเคยใกล้ชิดกับเดวี่ย์ในช่วงที่นักเตะย้ายมาหากินในเยอรมันใหม่ๆได้ออกมาช่วยคอนเฟิร์มว่าเจ้าเด็กคนนี้มีความสามารถที่โดดเด่นเกินวัย “ อัลฟองโซ่เป็นเด็กหนุ่มที่มีความพิเศษ เค้าแสดงความโดดเด่นมากใครเพื่อน(พูดถึงตอนเล่นให้ทีมสำรองของบาเยิร์น)มันทำให้เค้าเล่นให้เราได้เพียงไม่กี่เกม(ลงเล่นให้ทีมสำรองแค่3นัด)ก็ถูกเรียกตัวเข้ามาอยู่ในทีมชุดใหญ่แทน แล้วดูตอนนี้ซิเค้าผูกขาดตำแหน่งแบ็คซ้ายของทีมไปเรียบร้อยแล้ว ”

    “ อัลฟองโซ่มีสภาพร่างกายที่น่าประทับใจ เค้าแข็งแกร่ง,เทคนิคสูง และมีความเร็ว นั่นทำให้การเล่นในบุนเดสลีก้าไม่ใช่ปัญหาสำหรับเค้า เค้าจะแกร่งขึ้นไปอีกตราบเท่าที่ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเค้าอาจกลายเป็นแบ๊คซ้ายอันดับต้นๆของวงการลูกหนังเลยก็ได้ ” ฮอยเนสโค้ชวัย37ปีทำนายล่วงหน้า

เดวี่ย์ รับไม่ผูกขาดแบ็คซ้ายพร้อมโยกรับทุกบทบาทกับเสือใต้

    แม้จะได้ลงเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้ายอย่างต่อเนื่องทว่าอัลฟองโซ่ เดวี่ย์ก็พร้อมจะลองเปลี่ยนไปเล่นในตำแหน่งอื่นได้เหมือนกัน “ ช่วงแรกโค้ชให้ผมเล่นในตำแหน่งตัวริมเส้นในเกมรุก ซึ่งผมก็สนุกกับมันนะ แต่พอได้มายืนเป็นฟูลแบ็คบ่อยๆผมก็สนุกเหมือนกัน ผมโชคดีที่เคยได้เล่นตำแหน่งเหล่านี้กับทีมชาติแคนาดามาก่อนแล้ว มันช่วยผมได้มาก แต่ผมก็ไม่ได้คิดว่ามันต้องตายตัวนะ ขอแค่บาเยิร์น มิวนิคอยากให้ผมลงสนามไม่ว่าตำแหน่งไหนๆผมก็พร้อมทั้งนั้นแหล่ะ ”

   เดวี่ย์ยังได้ยกเครดิตให้กับดาวิด อลาบาที่คอยแนะนำสั่งสอนอยู่เรื่อยมา “ ดาวิดเป็นสุดยอดแบ็คซ้าย ผมมีโชคที่โค้ชปรับเค้าไปยืนตรงกลางมากขึ้น ผมจึงได้ลงสนาม การได้เล่นเคียงข้างดาวิดมันเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยม เค้ามักจะคอยแนะนำผมอยู่เสมอ ผลงานส่วนตัวของผมในซีซั่นนี้ส่วนหนึ่งเป็นเครดิตของเค้า ผมโชคดีเหลือเกินที่ได้เรียนรู้หลายๆสิ่งหลายๆอย่างจากดาวิด อลาบา ”   

Read More

ลี ตำนานแมนซิตี้ยกเกวโร่คือนักเตะคนสำคัญที่ทีมจะขาดไปไม่ได้

ลี

    ปัจจุบันแม้ว่าเซอร์คิโอ กุน อเกวโร่จะอายุปาเข้าไป31กะรัตแล้วก็ตาม แต่เจ้าตัวก็ยังคงทำประตูสำคัญให้กับแมนซิตี้ได้อยู่บ่อยครั้ง จนแม้แต่ดาวยิงรุ่นเก๋าของทีมตราเรือใบ ฟรานซิส ลี ต้องออกโรงมายืนยันอีกเสียงว่าหากวันใดที่ทีมขาดอเกวโร่ประสิทธิภาพในเกมรุกก็จะตกต่ำลงไปอย่างเห็นได้ชัด

    ฟรานซิส ลีผู้ซึ่งเคยล่าตาข่ายให้แมนซิตี้มาก่อนในยุค60ได้กล่าวถึงอเกวโร่อย่างน่าสนใจ “ ในความเห็นผมอเกวโร่คือกองหน้าที่มีความพิเศษไม่เหมือนใคร เค้าสามารถสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้ในทุกจังหวะ และมีอิทธิพลต่อเกมรุกของทีมอย่างเหลือเชื่อ อันที่จริงแล้วเรื่องความเฉียบคมของกองหน้าในพรีเมียร์ลีกนั้นไม่มีใครเทียบอเกวโร่ได้เลย คุณสังเกตไหมละถ้าเมื่อไหร่ที่ซิตี้ไม่มีอเกวโร่ในสนามพวกเค้ามักประสบปัญหาเสมอ นั่นเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าเค้ามีความสำคัญต่อเป๊ป กวาร์ดิโอล่ามากแค่ไหน ”

ต้องขอบคุณเป๊ป ที่รีดฟอร์มเก่งของอเกวโร่ ลี กล่าว

     “ ตอนเป๊ปก้าวเข้ามาทำทีมใหม่ๆ เค้าเหมือนจะเสียตำแหน่งในทีมไปแล้ว แต่อเกวโร่คือของจริงเมื่อเค้าปรับตัวกับแนวทางของเป๊ปได้เค้าก็กลายเป็นกำลังสำคัญอีกครั้ง เค้าอันตรายและครบเครื่องกว่าเดิมด้วยซ้ำไป ต้องยกเครดิตให้กับเป๊ปด้วยที่สามารถรีดฟอร์มเก่งของนักเตะออกมาได้ขนาดนี้ ผมได้แต่หวังว่าเค้าจะอยู่ช่วยซิตี้ต่อไปให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ” ฟรานซิส ลีอดีตกองหน้าวัย75ปีกล่าวชมเชย

แมนซิตี้ เล็งไว้แล้วหากกุนอำลาก็พร้อมดึงฮาแลนด์สานงานต่อ

     แม้อดีตแข้งรุ่นซีเนียร์จะออกปากถึงขนาดนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วอเกวโร่ที่อายุอานามมากขึ้นเรื่อยนั้นเริ่มมีอาการบาดเจ็บรบกวนมาเป็นระยะจึงทำให้ทีมตราเรือใบจำเป็นต้องหาแผนสำรองไว้แต่เนิ่นๆ โดยเป๊ป กวาร์ดิโอล่าคนเก่งก็ได้ล็อคเป้าไว้แล้วว่ามีเพียงเออวิ่ง เบลาร์ ฮาแลนด์กองหน้าจอมโหดของโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์เท่านั้นที่คู่ควรจะรับไม้ผลัดต่อจากกุน อเกวโร่

     ฮาแลนด์เพิ่งจะย้ายมาเสือเหลืองได้เพียงเดือนเศษ แต่ทว่ากลับยิงประตูไปแล้วถึง8เม็ดรวมทุกรายการ จนกลายเป็นการทำลายสถิติใหม่ของวงการลูกหนังเมืองเบียร์กันเลยทีเดียว แล้วผลงานอันจัดจ้านนี้เองก็ทำให้ทีมตราเรือใบปลงใจรอคอยที่จะต้องล่าตัวดาวยิงวัย19ปีมาร่วมทีมให้จงได้ในอนาคต โดยมีการเปิดเผยว่าฮาแลนด์มีเงื่อนไขฉีกสัญญากับดอร์ทมุนด์อยู่ที่สนนราคา63ล้านปอนด์ ซึ่งแน่นอนว่าเม็ดเงินจำนวนดังกล่าวก็ไม่น่าจะใช่ปัญหากับทีมเงินหนาอย่างแมนซิตี้เช่นกัน

Read More

ต่างดาว กดสูตรโกงหวังเซ็นโชเซ่แข้งโซเซียดัดแม้ตลาดปิดทำการ

ต่างดาว

     หลังจากต้องเสียแนวรุกตัวเก่งอย่างอุสมาน เดมเบล่ได้รับบาดเจ็บบริเวณต้นขาจนต้องพักยาวเป็นเวลาครึ่งปี ก็ทำให้บาเซโลน่าทีมดังแดนกระทิงอาจสร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ด้วยซื้อกองหน้าคนใหม่แก้ขัด แม้ว่าจะไม่ใช่ช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดทำการไปแล้วก็ตาม

    เดิมทีทุกสโมสรในยุโรปที่ต้องการเซ็นสัญญานักเตะใหม่เข้ามาจะถูกกำหนดว่าต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่31มกราคมเท่านั้น แต่สำหรับลาลีก้าสเปนกลับมีเงื่อนไขพิเศษที่ระบุไว้ว่า หากสโมสรในสเปนมีผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บหนักมากกว่า4เดือนขึ้นไปก็จะเปิดโอกาสให้ทีมนั้นสามารถซื้อนักเตะทดแทนได้เป็นกรณีพิเศษ แต่ก็มีข้อแม้อยู่เล็กน้อยคือจะต้องทำการซื้อขายนักเตะจากสโมสรในลีกสเปนด้วยกันเท่านั้น จึงทำให้บาเซโลน่าต้องเดินหน้าเจรจาคว้าตัว วิลเลี่ยน โชเซ่ กองหน้ารีล โซเซียดัดตามเงื่อนไขพิเศษที่กล่าวมา

     คาดการกันว่าบาซ่าต้องยอมทุมเงินก้อนโตเพื่อปิดดีลนี้ และจะต้องรีบทำให้ลุล่วงภายใน15วันตามเงื่อนไขที่สมาคมฟุตบอลสเปนวางไว้อีกด้วย เนื่องจากวิลเลี่ยน โชเซ่เป็นกำลังสำคัญของรีล โซเซียดัดที่ยิงไปแล้วถึง8ประตูจนพาทีมขึ้นมารั้งอันดับ6ของตารางลาลีก้าได้อย่างสุดเซอร์ไพรซ์

โซเซียดัดยันโชเซ่ยังเป็นกำลังสำคัญแต่หาก ต่างดาว ใจถึงก็พร้อมปล่อย

    ด้านอิมานอล อัลกูอาซิลกุนซือรีล โซเซียดัดเองก็ได้ออกมาพูดถึงความสนใจจากฝากอันซูลกราน่าเช่นเดียวกัน “ วิลเลี่ยนมีฤดูกาลที่น่าประทับใจ เค้าเป็นตัวหลักของเรา โซเซียดัดมีแผนการอีกยาวไกลภายใต้การร่วมงานกับวิลเลี่ยน เราได้ยินถึงความสนใจจากบาเซโลน่า แต่เราไม่ได้ต้องการเงินความตั้งใจของโซเซียดัดคืออยากให้นักเตะอยู่ช่วยทีมไปจนจบฤดูกาล แต่ถ้ามีข้อเสนอเข้ามาที่70ล้านยูโรขึ้นไปก็อาจมีความเป็นไปได้ที่จะเปิดโต๊ะเจรจากัน ”

    โดยวิลเลี่ยน โชเซ่ยังมีสัญญายาวอยู่กับยอดทีมแห่งแคว้นบาสก์ถึงปี2024 จึงทำให้ค่าฉีกสัญญาของดาวยิงแซมบ้าพลอยแพงลิบได้ด้วย สื่อในสเปนยังคงเชื่อว่าดีลนี้ยังไม่น่าจะจบลงง่ายๆเนื่องจากบาซ่าเองก็รู้ตัวดีว่าค่าตัวที่รีล โซเซียดัดตั้งไว้นั้นเป็นราคาขู่ที่แพงเกินจริง เนื่องจากพวกเค้าเองกำลังมีลุ้นที่จะได้แชมป์ฟุตบอลถ้วย โกปาร์ เด เรย์อย่างเต็มตัว(เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จแล้ว) และวิลเลี่ยน โชเซ่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวชูโรงสำหรับภารกิจนี้

Read More

หงส์เเดง ชุดปัจจุบันแข็งแกร่งเข้าขั้นไร้เทียมทานหรือยัง?

หงส์เเดง

    ผลงานการลงเล่น25ในลีก ชนะ24เสมอ1ของหงส์เเดงได้กลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ไปแล้ว สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในพรีเมียร์ลีก หรือจะว่าไปไม่เคยเกิดขึ้นในลีกระดับท๊อป(นับ5ลีกดังอังกฤษ,เยอรมัน,สเปน,อิตาลี่,ฝรั่งเศส)ของยุโรปด้วยซ้ำ นอกจากโอกาสคว้าแชมป์ลีกที่สูงลิบแล้วพวกเค้ายังอยู่บนเส้นทางการเป็นแชมป์ไร้พ่ายตามรอยของอาร์เซนอลอีกต่างหาก นั่นทำให้หลายคนมองว่าหงส์แดงกำลังจะกลายเป็นทีมไร้เทียมทาน

    ถ้าดูกันตามเนื้องานของซีซั่นนี้ก็ต้องยอมรับว่าลูกทีมของเจอร์เกน คล็อปป์คู่ควรกับคำสรรเสริญที่กล่าวมาเป็นอย่างยิ่ง เพราะแม้แต่นักเตะอะไหล่อย่าง นาบี้ เกอิต้า,อเล็ก อ็อกเหล็ด-แชมเบอร์เลน หรือดิว๊อค โอริกี้เมื่อได้รับโอกาสลงสนามต่างก็ยังทำผลงานได้น่าพอใจ แต่แม้ว่าทุกอย่างจะดูเป็นใจไปหมดแต่ก็เชื่อว่าเจอร์เกน คล็อปป์เองก็น่าจะไม่ยอมอยู่เฉยแล้วจะต้องหาทางเสริมความแข็งแกร่งให้ทีมอีกระลอกใหญ่ในช่วงซัมเมอร์

คล็อปป์ตั้งเป้าเสริมแกร่งเพื่อมัดใจสตาร์ให้อยู่ช่วย หงส์เเดง ต่อ

     ลูกฟุตบอลนั่นจะมีชีวิตชีวาเมื่อมันได้เคลื่อนไหว ฉันใดก็ฉันนั้นทีมฟุตบอลที่ต้องการความสำเร็จในระยะยาว ซึ่งเรื่องนี้เจอร์เกน คล็อปป์รู้ดีแก่ใจ นั่นทำให้ยังมีข่าวลืออออกมาเรื่อยๆว่าหงส์แดงอยากได้เอ็มปั๊ปเป้,แวร์เนอร์ หรือกองเต้ คำถามที่น่าสนใจคือเทรนเนอร์ชาวเยอรมันจะหาซื้อนักเตะเหล่านี้เข้ามาทำไมอีกในเมื่อแข้งเดิมที่มีก็ทำผลงานดีกันอยู่แล้ว คำตอบที่ตรงใจก็คือรักษาแข้งดังมีใจอยู่กับทีมต่อไป!

    นับตั้งแต่ได้แชมป์ยูซีแอลเมื่อซีซั่นก่อนลิเวอร์พูลก็แทบไม่ได้เซ็นสัญญากับแข้งบิ๊กเนมเลย(ใกล้เคียงสุดคือการเซ็นทาคูมิ มินามิโนะ) แม้ว่าทีมจะยังคงบินสูงได้อย่างเฉิดฉาย แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าปีหน้าเป๊ป กวาร์ดิโอล่าต้องอยากล้างอายแน่ นั่นเท่ากับว่าลิเวอร์พูลจะต้องรับมือกับแมนซิตี้ในเวอชั่นที่แข็งแกร่งกว่าเดิมเพราะทีมเรือใบเสริมทัพเยอะแน่นอน ดังนั้นลิเวอร์พูลจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีนักเตะสตาร์ซัก1-2คนเข้ามาค้ำคอคู่แข่งบ้าง

     นอกจากการมีแข้งดังเข้ามาช่วยจะส่งรังษีข่มขวัญฝั่งตรงข้ามได้แล้ว ยังเป็นการยืนยันต่อนักเตะเนื้อหอมอย่างซาดิโอ มาเน่,โม ซาล่า,เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และอลิสซง เบ็คเกอร์ว่าคุณไม่จำเป็นย้ายไปลงเล่นกับแข้งดังที่ไหนหรอก เพราะต่อไปซุปเปอร์สตาร์เหล่านั้นต่างหากที่ต้องกะวีกะวาดอยากมาสวมยูนิฟอร์มสีแดงที่แอนด์ฟิลเอง

Read More