ลินเดอเลิฟ อัพค่าเหนื่อยเพิ่มเท่าตัวเพื่อเป็นตัวหลักปีศาจเเดง

ลินเดอเลิฟ

   เรียกได้ว่าลูกรักของโอเล่ กุนน่า โซลชามีอันต้องเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีทุกคน หลังจากมาร์คัส แรชฟอร์ด,ดาบิด เด เคอา และเจสซี่ ลินการ์ดได้เพิ่มค่าเหนื่อยกันหมดแล้ว ก็ถึงคิวที่กองหลังอย่างวิคตอร์ ลินเดอเลิฟจะได้ค่าจ้างเพิ่มกับเค้าบ้าง หลังจากเป็นกองหลังคู่บารมีของโซลชามาตั้งแต่เริ่มงานในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และการตบรางวัลของเทรนเนอร์ชาวนอร์เวย์ในครั้งก็ไม่ใช่เบาเพราะแมนยูได้เพิ่มค่าเหนื่อยให้กองหลังทีมชาติสวีเดนเป็นสองเท่าเพื่อเป็นการยืนยันว่าเจ้าตัวจะเป็นเสาหลังในแนวรับของปีศาจสืบไป

    วิคตอร์ ลินเดอเลิฟได้ยืนเป็นคู่หูกับแฮรี่ แม็คไกวร์มาโดยตลอดในซีซั่นนี้ และดูเหมือนว่าแนวรับวัยเบญจเพศจะเริ่มเข้าที่เข้าทางมาขึ้นเมื่อเพิ่งปีศาจแดงเกมคลีนชีตในเกมเอาชนะเลสเตอร์ซิตี้มาหมาดๆ จนในที่สุดเจ้าตัวก็ได้รับสัญญาฉบับใหม่ที่จะผูกมัดกันไว้ถึงปี2024 และได้เพิ่มค่าเหนื่อยเป็น150,000ปอนด์ต่อวีก(เดิมรับที่75,000ปอนด์ต่อวีก)พร้อมยังมีเงื่อนไขขยายสัญญาอีกหนึ่งปีด้วยกัน ทั้งหมดนี้สร้างความยินดีให้อดีตกองหลังเบนฟิก้าเป็นอย่างมาก

ลินเดอเลิฟ ขอตอบแทนแมนยูด้วยถ้วยรางวัลให้มากเท่าที่มากได้

   ทันทีที่จรดปากกาในสัญญาบับใหม่วิคตอร์ ลินเดอเลิฟก็ได้เปิดเผยถึงความยินดีเหลือประมาณ “ ต้องขอบคุณยูไนเต็ดที่มอบความเชื่อมั่นให้ผมตลอดมา สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเป็นทีมที่พิเศษ มันไม่แปลกเลยที่นักฟุตบอลทุกคนจะอยากย้ายมาเล่นที่นี่หลังจากนี้ผมก็จะมุ่งมั่นกับการพายูไนเต็ดคว้าแชมป์ให้ได้ซักรายการ ผมเชื่อว่าการได้แชมป์ซักรายการจะเติมความมั่นใจให้พวกเราได้เป็นอย่างดี มันอาจต่อยอดไปถึงเป้าหมายที่สำคัญที่สุดนั่นคือแชมป์พรีเมียร์ลีก ”

    ด้านนายใหญ่ โอเล่ กุนน่า โซลชาก็ได้แสดงทัศนะถึงลูกทีมรายนี้เช่นกัน “ ลินเดอเลิฟแสดงออกถึงความมุ่งมั่นเสมอไม่ว่าจะในการซ้อมหรือลงเล่นในแม๊ตซ์การแข่งขัน มันสะท้อนว่าเค้ามีทัศนคติตรงตามที่เราต้องการ เค้ากระหายที่จะเรียนรู้และแสดงออกว่าอยากช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จ นั่นทำให้เราอยากเก็บเค้าไว้กับทีมให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และบอกให้เค้ารู้ว่าเค้าคือนักเตะที่เราให้ความสำคัญ ผมสบายใจที่เค้าต่อสัญญา แต่เรายังมีเรื่องอื่นที่ต้องทำร่วมกัน ภารกิจของเรายังมีอีกมากเรายังอยากไปให้ไกลกว่านี้ซึ่งนั่นเป็นเป้าหมายที่ทั้งสโมสรและนักเตะมีร่วมกัน ” เทรนเนอร์วัย46ปีพูดทิ้งท้าย

Read More

ปีศาจแดง ต้องยอมรับว่ายังห่างไกลลุ้นแชมป์พรีเมียอ้างอิงแอนดี้โคล

ปีศาจแดง

   หลังจากโปรแกรมพรีเมียร์ลีกผ่านไป4เกม ผลงานของปีศาจแดงก็เริ่มฝืดเป็นระยะโดยสามนัดหลังสุดไม่ชนะใครเลย(เสมอ2แพ้1)ทว่าไม่วายก็ยังมีผู้เล่นแมนยูบางรายออกมากระตุ้นเพื่อนๆให้ฮึดสู้อีกครั้ง พร้อมกับโปรยยาหอมว่าแมนยูยังมีโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอยู่ ซึ่งเป็นแนวคิดที่สวนทางกับอดีตกองหน้าของทีมอย่างแอนดี้ โคลอย่างแรง เมื่อดาวยิงผิวสีเชื่อว่าปีศาจแดงในเวลานี้ยังไม่ใกล้เคียงที่จะต่อการกับทีมเต็งอย่างลิเวอร์พูล และแมนซิตี้ได้เลย

    “ ก่อนที่ผมจะพูดอะไรต่อผมต้องยืนยันก่อนว่ายังเป็นพลพรรคเรดอาร์มี่อยู่นะ ไม่ได้มีใจออกห่างเลย แต่ต้องว่ากันไปตามจริงว่าเรา(แมนยู)ยังไม่เข้าใกล้ศักยภาพของทีมลุ้นแชมป์ ไม่รู้ซิมันเป็นภาพรวมของการตอบสนองคุณจะเห็นได้เลยว่าทีมที่เป็นผู้ชนะจะกลับมาได้แม้จะโดนยิงนำก็ยังกลับมาเอาชนะได้ ในขณะที่ทีมเราเอาแค่ทำประตูขึ้นนำเค้าในสถานการณ์ที่ง่ายกว่าเรายังทำกันไม่ได้เลย มันชัดเจนว่าเรายังไม่ดีพอทั้งในแง่ขุมกำลัง และความมั่นใจ ” อดีตเจ้าของเสื้อหมายเลข9ของแมนยูกล่าวอย่างจริงจัง

แอนดี้โคลตำนาน ปีศาจแดง ชี้เร่งสร้างสปริริตพร้อมเสริมทัพเรื่อยๆอาจมีหวัง

   ตำนานดาวยิงของปีศาจแดงได้ย้ำว่าสาวกแมนยูต้องทำใจร่มๆแล้วเอาใจช่วยทีมกันต่อไปแม้ว่าโอกาสกลับมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกจะต้องรออีกพักใหญ่(หลายปี)ก็ตาม “ ผมก็ไม่ชอบใจที่จะบอกว่าลิเวอร์พูล และแมนซิตี้เหนือกว่าเรานะ แต่ความจริงมันเป็นยังงั้น พวกเค้ากำลังมั่นใจกันอย่างสุดขีดมันทำให้ช่องว่างระหว่างพวกเค้าและทีมเรามันห่างไกลกันมากโขเลยละ เราทุกคนต้องอดทน มันคงใช้เวลาซักพักที่จะเติมผู้เล่นดีๆในทุกๆตำแหน่ง และสร้างความกลมเกลียวในหมู่ผู้เล่นของเรา ”

   แอนดี้ โคลผู้ที่ยิงประตูในอังกฤษมาแล้ว287ลูกตลอดการค้าแข้งยังยอมรับว่านี่เป็นเรื่องปกติของวัฏจักรลูกหนังที่ซักวันแมนยูก็จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง “ สมัยที่ผมอยู่กับแมนยูเราก็อยู่ในสถานะเดียวกับแมนซิตี้นี่ละ พวกเรามั่นใจกันอย่างมาก เราไม่กลัวใคร สิ่งเหล่านี้มันเหมือนพลังแฝงนะ มันทำให้ผู้เล่นแต่ละคนในทีมจะส่งพลังต่อกันเป็นทอดๆ ต่อให้คุณมีฝีเท้าเป็นรองคุณก็จะถีบตัวเองขึ้นมาเพื่อให้เท่าเทียมกับเพื่อนๆ แล้ววันหนึ่งทีมอื่นๆก็จะอยากล้มคุณ มันเป็นเรื่องปกติ วันนี้ไม่ใช่วันเราของเราแต่ผมก็ยังเชื่อว่าโซลชาจะนำแมนยูกลับมาไปสู่จุดนั้นได้ถ้าเค้ามีเวลาพอนะ(กลัวโซลชาจะโดนไล่ออกไปก่อน) ”

Read More

เนย์มาร์ &บทเรียนความอินดี้ที่อาจทำให้ฟุตบอลไม่สนุกอีกต่อไป

เนย์มาร์

   ข่าวการย้ายทีมระดับมหากาพย์ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมานั้นเชื่อว่าไม่มีประเด็นไหนจะยืดเยื้อไปกว่าภารกิจการดิ้นรนกลับขึ้นยานแม่ของเนย์มาร์อีกแล้ว เพราะดาวเตะแซมบ้าเริ่มเล่นสงครามประสาทกับปารีส แซงต์ แชร์กแมงตั้งแต่จบซีซั่นที่แล้ว ทำให้ยอดทีมแดนน้ำหอมต้องแยกเนย์มาร์ออกจากทีมชุดใหญ่ด้วยการอ้างว่านักเตะอยู่ในช่วงพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ และตามมาด้วยการดึงโปรดักทุกชิ้นที่เกี่ยวข้องกับเนย์มาร์ออกจากร้านจำหน่ายของที่ระลึกของสโมสร แต่ซ้ำร้ายกว่าปารีสตั้งค่าตัวเนย์มาร์ไว้สูงลิบ(ว่ากันว่าไม่ต่ำกว่า200ล้านปอนด์)ซึ่งก็ทำให้บาเซโลน่าไม่อาจเปิดโต๊ะเจรจาได้สำเร็จ

   กระทั้งบัดนี้ที่ตลาดซื้อขายผู้เล่นปิดตัวลงไปแล้ว และเนย์มาร์จะยังคงเป็นผู้เล่นของเปเอสเชต่อไปจนถึงม.ค.2020เป็นอย่างน้อย ทว่าเจ้าตัวก็ยังไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับทีมชุดใหญ่ของทีมแม้แต่เกมเดียว จนมีความเป็นไปได้อย่างมากที่โธมัส ทูเคิ่ลจะแช่แข็งแนวรุกแซมบ้าต่อไปอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งไม่สนุกแน่นอนสำหรับซุปเปอร์สตาร์ระดับนี้ที่อดเล่นฟุตบอลทั้งที่สภาพร่างกายยังฟิตสมบูรณ์ สิ่งนี่จะทำลายความมั่นใจ,ความฟิต หรือแม้แต่โอกาสติดทีมชาติบราซิลที่ในระยะยาว เนื่องจากการไม่ได้ลงเล่นในระดับสโมสรอย่างสม่ำเสมอนั้นก็อาจทำให้เจ้าตัวหลุดโผทีมชาติในซักวัน(ปัจจุบันไม่ได้เล่นให้เปเอสเชแต่ยังถูกเรียกติดธงอยู่)

หลุยส์ซัวเรสซ้ำเติมบอก เนย์มาร์ แล้วไม่เชื่ออย่าคิดหนีบาเซโลน่า

   หลุยส์ ซัวเรสอดีตเพื่อนร่วมทีมของเนย์มาร์ก็ได้ออกมาแสดงความห่วงใยเช่นกัน “ เนย์มาร์เป็นสัณลักษณ์ของฟุตบอลยุคนี้ มันคงแปลกๆที่เค้าจะไม่มีชื่อลงเล่น แต่มันเป็นสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนที่พวกเค้า(เนย์มาร์กับต้นสังกัด)ต้องหาทางออกกันเอง แต่ผมเสียดายนะถ้าเนย์มาร์ยังอยู่กับเราป่านนี้เค้าคงมีความสุขกว่านี้ ”

    จอมกัดแห่งวางการฟุตบอล(ซัวเรสชอบเอาคืนผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามด้วยการให้ปากกัด)ยังเคยปรามให้เนย์มาร์ทบทวนให้ดีก่อนย้ายออกจากบาซ่ามาแล้ว “ ตอนที่เค้ายังอยู่กับเราแล้วเริ่มเรียกร้องนั่นนี่เพื่อที่จะย้ายออก เพื่อนๆในทีมต่างคอยบอกเค้าเสมอ ว่าคัมป์นูนั้นเหมาะกับเค้าที่สุดแล้ว ผมไม่รู้ว่าเค้าคิดอะไรนะ แต่สุดท้ายเค้าก็ย้ายออกจากเราไป เราทุกคนต่างคิดถึงเค้าด้วยกันทั้งนั้น ยิ่งวันนี้เราได้รับรู้ว่าเค้ากำลังทำทุกทางเพื่อที่จะย้ายกลับมาหาเรา เราก็ยิ่งปวดใจ เค้าไม่ควรต้องเจอกับสถานการณ์ย่ำแย่แบบนี้เลยถ้าเพียงแต่เค้าสุขุมกว่านี้ มันเป็นบทเรียนของเค้า ”

Read More

เซบีญ่า เซ็นชิชาริโต้จากเวสต์แฮมหลังหอกจังโก้เบื่อรอข้างสนาม

เซบีญ่า

   เวสต์แฮมลงเตะในพรีเมียร์ลีกสองเกมหลังสุด(ชนะวัตฟอร์ด3-1,ชนะนอริส2-0)โดยปราศจากฮาเวียร์ ชิชาริโต้ ที่สำคัญคือดาวเตะชาวเม็กซิโกไม่ติดแม้กระทั่งรายชื่อตัวสำรองข้างสนามจนทำให้เจ้าตัวรู้สึกไม่แฮปปี้จนต้องร้องขอมานูเอล เปเยกรีนี่ขึ้นบัญชีขาย ซึ่งก็ได้จังหวะเหมาะกับที่เซบีญ่ากำลังต้องการกองหน้ามากประสบการณ์พอดี จึงทำให้ดีลนี้จบลงได้อย่างไว และในที่สุดชิชาริโต้ก็ได้เปิดตัวกับเซบีญ่าเป็นที่เรียบร้อย ด้วยการรับเสื้อหมายเลข14เพื่อลงล่าตาข่าย

   เซบีญ่าได้บรรลุข้อตกลงราคา8ล้านปอนด์เพื่อกระชากตัวชิชาริโต้ให้กลับยิงประตูในแดนกระทิงอีกคำรบ  โดยเป็นการเซ็นสัญญากันเป็นเวลา3ซีซั่น ซึ่งจะทำให้กองหน้าวัย31กะรัตยุติผลงานการทำประตูให้กับขุนค้อนไว้ที่17ประตูจากการลงเล่น63แม็ตซ์

ชิชาริโต้หวานขอร่วมาสร้างความสุขให้แฟนบอล เซบีญ่า ทั้งหลาย

   ฮาเวียร์ ชิชาริโต้ผู้เคยมีประสบการณ์กับลาลีก้าสเปนมาแล้วในปี2014 โดยในเวลานั้น “เจ้าถั่วน้อย” ได้ถูกรีลมาดริดยืมตัวมาใช้งานและลงเล่นไปทั้งสิ้นราว33เกมพร้อมการล่าสกอร์อีก9ประตู ซึ่งทำให้ ยูเลน โลเปรเตกีหวังพึ่งพาประสบการณ์ของเค้าอีกครั้งเนื่องจากเซบีญ่ามีโปรแกรมที่จะต้องลงเล่นในศึกยูโรป้าลีกในซีซั่นนี้นั่นเอง

   “ ชิชาริโต้เป็นมืออาชีพตลอดระยะเวลาที่ร่วมงานกันมา สโมสรเวสต์แฮมของอวยพรให้เค้าประสบความสำเร็จในสเปน ”เวสต์แฮมได้แถลงข้อความอย่างเป็นทางการ ในขณะที่ตัวนักเตะก็ได้เดินทางไปชูเสื้อกับเซบีญ่าเป็นที่เรียบร้อย “ ผมรู้สึกคุ้นเคยกับสเปน มันเยี่ยมยอดที่ได้กลับสัมผัสฟุตบอลของประเทศนี้อีกครั้ง เซบีญ่าเป็นทีมที่มีความกระหาย ผลงานของทีมในระยะหลังเป็นไปอย่างมหัศจรรย์ ผมหวังว่าผมจะได้เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของสโมสร ” อดีตดาวเตะแมนยูกล่าวอย่างมุ่งมั่น

    โดยฮาเวียร์ ชิชาริโต้จัดเป็นนักเตะเกมรุกที่เซนต์การทำประตูโดดเด่น จนกุนซือระดับปรมาจารย์อย่าง เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสันยังเคยดึงมาช่วยล่าแชมป์พรีเมียร์ลีกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอยู่หลายปี(6ซีซั่น) และเจ้าตัวก็มีดีกรีเป็นถึงแชมป์พรีเมียร์ลีก2สมัยและแชมป์เอฟเอคัพอีกสมัยหนึ่งกับทีมปีศาจแดง และหลังจากนั้น “เจ้าถั่วน้อย” ก็ได้พเนจรไปอยู่กับหลายต่อหลายทีมไม่ว่าจะเป็น รีลมาดริด,ไบเออร์เลเวอร์คูเซ่น และเวสต์แฮม

Read More

โบโลญญ่า หวังอัดแดนกลางให้ดุด้วยการดึงเมเดลมิดฟิลด์ชิลี

โบโลญญ่า

   โบโลญญ่าทีมดังแห่งกัลโช่ เซเรียอามีความตั้งใจที่จะเสริมทัพในตำแหน่งกองกลางตัวรับ โดยเป้าหมายในครั้งนี้ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลแต่เป็นการี เมเดลมิดฟิลด์เลือดร้อนที่ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับเบซิคตัสในลีกตุรกี โดยพวกเค้าเชื่อว่าคาแรกเตอร์ความเป็นนักสู้ของเดเมลจะช่วยให้แดนกลางแน่นขึ้น เนื่องจากเวลานี้ตัวกุนซืออย่างซินิซ่า มิไฮโลวิชก็ไม่อาจคุมทีมได้อย่างเต็มตัวเนื่องจากยังต้องพักรักษาตัวด้วยอาการลูคิเมีย จึงทำให้โบโลญญ่าจำเป็นต้องพึ่งพาผู้เล่นที่มีความเป็นผู้นำในสนาม และเมเดลก็มีคาแรกเตอร์นั้นอย่างชัดเจน

    นอกจากนี้การี เมเดลยังเคยค้าแข้งกับอินเตอร์มาก่อน จึงทำให้การปรับตัวในลีกอีตาเลี่ยนไม่น่าจะมีปัญหากับเจ้าตัวแต่อย่างใด โดยกองกลางชาวชิลีเคยเล่นกัลโช่ เซเรียอามาแล้วกว่า100เกม ทั้งยังมีดีกรีนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของชิลีประจำปี2008 ทำให้รอสโซ่บลูหวังใจจะให้เมเดลเป็นตัวตัดเกมในแดนกลาง เนื่องจากพวกเค้าเพิ่งจะเสียกองกลางตัวรับชั้นดีอย่างเอริค ปุลการ์(นักเตะชิลีเหมือนกัน)ไปให้กับฟิออเรนติน่า และได้เงินค่าตัวมาถึง10ล้านยูโร ซึ่งน่าจะเพียงพอที่จะปิดดีลกับเมเดล เนื่องจากเจ้าตัวก็เหลือสัญญากับเบซิคตัสอีกเพียงปีเดียวเท่านั้น

เมเดลแม้อายุล่วงเข้า32แต่ความดุดันไม่พร่องตรงใจมิไฮกุนซือ โบโลญญ่า

   ซินิซ่า มิไฮโลวิชที่ปัจจุบันยังรั้งตำแหน่งกุนซือโบโลญญ่านั้นไม่อาจทำหน้าที่คุมลูกทีมซ้อมได้ด้วยตัวเอง หรือแม้แต่การคุมทีมข้างสนามเนื่องจากต้องรับการบำบัดเกี่ยวกับอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว จึงทำให้เทรนเนอร์ชาวเซิร์บหวังจะใช้ความเก๋าของเมเดลในการช่วยประคองทีมในซีซั่นนี้ เนื่องจากการี เมเดลเป็นผู้เล่นกองกลางที่มีสไตล์วิ่งสู้ฟัดกัดไม่ปล่อย ซึ่งเป็นคาแรกเตอร์นักสู้ที่โค้ชมิไฮโลวิชชื่นชอบนั่นเอง

   แม้ว่าเรื่องคาแรกเตอร์และประสบการณ์ของเมเดลจะสามารถเพิ่มมิติในเกมแดนกลางให้โบโลญญ่าได้อย่างแน่นอนหากย้ายมาร่วมทีมจริง กระนั้นกองกลางทีมชาติชีลีก็มีจุดอ่อนที่น่ากังวลอยู่ไม่น้อยเช่นกัน นั่นคือเค้าเป็นผู้เล่นประเภทจุดเดือดต่ำ และในรายการโคปา อเมริการที่ประเทศบราซิลเมื่อไม่นานมานี้เจ้าตัวก็เพิ่งจะโดนใบแดงจากไปกระทบกระทั่งกับลีโอแนลเมสซี่ อีกทั้งเมื่อซีซั่นที่แล้ว(2018/19)เมเดลสะสมใบเหลืองไปทั้งสิ้น11ใบในลีกตุรกี และหนึ่งในจำนวนนั้นเป็นการโดนสองใบเหลืองจนกลายเป็นใบแดงอีกหนึ่งครั้งอีกต่างหาก

Read More

ลิเวอร์พูล หนุนอ็อกซ์เลดเต็มที่ทำชากีรี่รู้สึกโดนเลือกปฏิบัติ

ลิเวอร์พูล

   ทั้งได้รับบาดเจ็บอเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลนก็ยังคงได้รับการประคบประหงมอย่างดีจากเจอร์เกน คล็อปป์เสมอมา และในซีซั่นนี้ดาวเตะเลือดผู้ดีก็ยังคงได้รับโอกาสออกสตาร์ทกับลิเวอร์พูลแม้ว่าจะยังทำผลงานได้ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน สวนทางกับเซอร์ดาน ชากีรี่ที่ยังไม่มีส่วนร่วมกับทีมในพรีเมียร์ลีกเลยแม้แต่นาทีเดียว ซึ่งปีกชาวสวิตเซอร์แลนด์ชักไม่ค่อยปลื้มเนื่องจากเจ้าตัวก็มีส่วนร่วมกับผลงานแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกซีซั่นก่อนในขณะที่แชมเบอร์เลนทำได้เพียงพยุงไม่ค่ำยันเชียร์เพื่อนๆเท่านั้น ทว่าเมื่ออดีตดาวเตะปืนใหญ่กลับมาฟิตสมบูรณ์กลับมาเบียดตำแหน่งตนอย่างไร้เหตุผล

คล็อปป์ไม่แคร์เสียงใครจับอ็อกซ์เลดขยายสัญญากับ ลิเวอร์พูล ไปอีก3ปี

   กุนซือชาวเยอรมันได้ให้โอกาสอเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลนออกสตาร์ทเป็นตัวจริงให้ลิเวอร์พูลในสองเกมหลังสุด(ในเกมยูฟ่าซุปเปอร์คัพกับเชลซี,เกมพรีเมียร์ลีกกับเซาร์แธปม์ตัน)ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเจอร์เกน คล็อปป์ให้ความสำคัญกับดาวเตะวัย26ปีรายนี้เป็นอย่างมาก แต่ไหนๆก็เอาใจกันจนออกนอกหน้าขนาดนี้แล้วไปต่อให้สุดกันเลยดีกว่า ทีมรองแชมป์พรีเมียร์ลีกปีล่าสุดจึงได้ทำการต่อสัญญากับแชมเบอร์เลนไปถึงปี2023 โดยมีการประกาศยืนยันผ่านเว็บไซต์สโมสรอย่างเป็นทางการ

   “ ปีก่อนผมไม่มีส่วนร่วมกับทีมเลย เอาจริงๆผมก็หวั่นใจไม่น้อยว่าเมื่อผมกลับมาฟิตแล้วผมจะยังเป็นส่วนหนึ่งของทีมอยู่ไหม พอได้รับการพูดคุยเรื่องสัญญาฉบับใหม่มันก็ทำให้ผมมั่นใจขึ้น ผมจะทำผลงานชดเชยหนึ่งซีซั่นที่หายไป และหวังว่าทีมเราจะประสบความสำเร็จอีกครั้ง ” แชมเบอร์เลนรับปากแฟนบอลอย่างมั่นใจ โดยปีนี้ชาวเดอะค็อปมีเป้าหมายที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้สำเร็จ หลังโดนแมนซีตี้ปาดหน้าไปอย่างน่าเจ็บใจเมื่อซีซั่นก่อน

   อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลนสามารถเล่นได้อย่างหลากหลายในทั้งมิดฟิลด์ตัวกลางรวมไปถึงการโยกไปเล่นเป็นผู้เล่นริมเส้น ซึ่งทับไลน์กับเซอร์ดาน ชากิรี่โดยตรง และเมื่อซีซั่นก่อนที่แชมเบอร์เลนได้รับบาดเจ็บที่เอ็นหัวเข่าจนไม่ได้ลงเล่นเลย ชากีรี่ก็รับสัมประทานในส่วนนี้มาโดยตลอดแล้วก็มีผลงานที่ดีเสียด้วย จนสามารถสะสมสถิติลงเล่นในซีซั่น2018/19ได้ถึง30นัด,ทำทาง5แอตต์ซิสต์ และยิง6ประตู ซึ่งทำให้ปีกแดนนาฬิการู้สึกเหมือนโดนหักหลังเมื่อถูกดาวเตะรุ่นน้องข้ามหน้าข้ามตา ทั้งที่ตัวเองก็มีฝีเท้าที่ดีไม่แพ้กันแต่กลับต้องทนนั่งรอโอกาสที่ข้างสนามต่อไป

Read More

อินเตอร์ ติงพี่ตู้เย็นอ้วนเกินไม่พร้อมช่วยทีมประเดิมศึกกัลโช่

อินเตอร์

   แม้โรเมลู ลูกากูจะสะบัดก้นพ้นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดได้สมใจแล้วก็ตาม ทว่าหัวหอกร่างอวบยังคงต้องเผชิญความท้าทายอีกคำรบเมื่ออินเตอร์มิลานยังไม่คิดจะส่งลูกากูลงสนามในเกมแรกของฤดูกาล โดยให้เหตุผลว่านักเตะมีน้ำหนังตัวที่เกินกว่ามาตรฐาน และจะต้องทำการรีดน้ำหนักออกให้ต่ำกว่าเกมเสียก่อนจึงจะได้รับอนุญาตให้มีส่วนร่วมกับเกมการแข่งขันจริง สิ่งที่ตามมาคือดาวยิงทีมชาติเบลเยี่ยมจำต้องทำงานอย่างหนักในการเข้าคอสเพื่อเน้นลดสัดส่วนเพื่อให้ได้น้ำหนักตามเกณฑ์นั่นเอง

ลูกากูเบาลงหน่อยคำสั่งคอนเต้นายใหญ่ อินเตอร์ เร่งให้ลดน้ำหนักโดยด่วน

   พลพรรคเรดอาร์มี่นั้นล้วนขบขันในความตุ้ยนุ้ยของลูกากูมานานแล้ว ทั้งยังเชื่อมโยงว่าการปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนอ้วนบวมนี่เองที่ทำให้ศักยภาพในการเล่นของเค้าตกต่ำลงไป ถึงกระนั้นข้อด้อยนี่ก็ดูจะไม่ใช่ปัญหาสำหรับอันโตนิโอ คอนเต้บิ๊กบอสงูใหญ่ เนื่องจากอินเตอร์ยอมจ่ายเงินถึง65ล้านยูโรเพื่อรับลูกากูมาชุบเลี้ยงแทน แถมยังส่งลงสนามในเกมอุ่นเครื่องปรีซีซั่น(อินเตอร์พบวีร์ตุส แบร์กาโม่ทีมในระดับเซเรีย ดี)ไปแล้วอีกต่างหาก โดยลูกากูซัดไปถึง4ประตูจนพาทีมชนะได้ถึง8-0 จนทำให้แฟนบอลงูใหญ่จำนวนไม่น้อยที่รอคอยการจะได้เห็นลูกากูลงเล่นเป็นนัดแรกกับทีมอันเป็นที่รัก แต่ก็ต้องมาฝันสลาย

   อินเตอร์มิลานมีคิวจะประเดิมสนามในศึกกัลโช่ เซเรียเปิดบ้านรับการมาเยือนของเลชเช่ และดูเหมือนคอนเต้จะยังไม่ส่งลูกากูออกสตาร์ทอย่างแน่นอนหากเค้ายังมีน้ำหนักตัวที่104กก. โดยทีมสตาฟฟ์ของไอ้งูใหญ่เชื่อว่านักเตะตัวหลักของทีมไม่ควรมีน้ำหนักเกิน100กก. ซึ่งนั่นทำให้เวลานี้ลูกากูอยู่ระหว่างการฝึกซ้อมแบบคอร์สพิเศษเพื่อรีดไขมันส่วนเกิน “ มันเป็นการซ้อมที่จริงจังมาก ที่อังกฤษไม่มีอะไรแบบนี้ แต่ผมชอบการทำงานหนักอยู่แล้วฉะนั้นมันไม่ใช่ปัญหาสำหรับผม ” ดาวยิงได้บรรยายความรู้สึกหลังได้เข้าคอร์สกับทีม

   โดยลูกากูเจ้าของเสื้อหมายเลข9ในซีซั่นใหม่ของอินเตอร์ เป็นนักเตะที่อันโตนิโอ คอนเต้ต้องการร่วมงานด้วยมาโดยตลอด(สมัยคุมเชลซีก็มีข่าวว่าอยากได้แต่ไม่สำเร็จ)ถึงแม้ว่าผลงานช่วงรอยต่อที่เจ้าตัวย้ายไปเล่นให้แมนยูจะไม่โดดเด่นมากนัก เนื่องจากลูกากูรับใช้แมนยูไปทั้งสิ้น96นัดยิงได้42ประตู ทว่ากุนซือชาวอีตาเลี่ยนก็ยังเชื่อมั่นว่าเป้าหมายรายนี้ยังคงเป็นนักเตะชั้นยอด จนทำให้อินเตอร์ยอมทุ่มเงินคว้าเพื่อดึงตัวมาร่วมทีมจนได้

Read More

เสือใต้ มีดีพอชูถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกนาบรี้เชื่ออย่างนั้น

เสือใต้

    แม้ว่าบาเยิร์น มิวนิคจะไปได้ไกลแค่เพียงรอบ16ทีมสุดท้ายของรายการแข่งขันยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อซีซั่นก่อน ทว่าปีกตัวเก่งอย่างแซร์จ นาบรี้ก็ยังมองโลกในแง่ดีว่าความปราชัยวันนั้นเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าและจะเป็นแรงผลักดันให้เสือใต้กลับมาคว้าแชมป์รายการนี้ได้สำเร็จอีกครั้งในปีนี้ โดยอดีตเด็กปั้นของอาร์เซนอลยังได้กล่าวยืนยันถึงความกระหายที่จะสัมผัสถ้วยหูใหญ่ใบนี้ให้จงได้

นาบรี้เปรี้ยวอยากชูถ้วยUCLกับ เสือใต้ ให้ได้และต้องการฉลองในปีนี้

   แซร์จ นาบรี้แม้จะเพิ่งย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่ของเสื้อใต้ได้เพียงไม่นาน(ย้ายมาปี2018)ทว่าเจ้าตัวก็ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ หลังผ่านการลงเล่นในบุนเดสลีก้าไปทั้งสิ้น1,774นาที(ลงเล่น30นัด)นาบรี้ยิงได้10ประตูกับอีก5แอตซิสต์จนสามารถเบียดรุ่นพี่อย่างโจชัว คิมมิชและโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้คว้าตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมของเสือใต้ประจำซีซั่น2018/19ได้สำเร็จ(จากการโหวตของแฟนบอล)

    ตัวริมเส้นดีกรีทีมชาติเยอรมันยังเชื่อมั่นว่าเสือใต้จะแข็งแกร่งมากขึ้นในซีซั่นนี้ “ บาเยิร์นเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ ฉะนั้นยามที่เราแพ้เราไม่เคยชินกับมันเลย และนั่นทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นในทุกๆเกม ผมเชื่อมั่นว่าปีนี้พวกเราจะนำถ้วยแชมป์มาสู่สโมสรได้อีกอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้วยUCL ” นาบรี้ยังเสริมอีกว่าเค้าต้องการคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกซักครั้งเนื่องจากเป็นเพียงรายการเดียวที่เค้ายังไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนเลย “ สำหรับชีวิตการเป็นนักเตะการได้เป็นแชมป์ย่อมเป็นอะไรที่พิเศษ ซึ่งผมเคยได้แชมป์บุนเดสลีก้ากับเดเอฟเบ โพคาลมาแล้ว คงเหลือแต่ถ้วยUCLที่ผมอยากฉลองแชมป์รายการนี้กับบาเยิร์นเหลือเกิน บางทีมันอาจจะเป็นซีซั่นนี้ละผมไม่ชอบรอนาน ”

   แซร์จ นาบรี้คือปีกความหวังใหม่ของบาเยิร์น มิวนิค ซึ่งเข้ามารับช่วงต่อจากรุ่นพี่อย่างอาร์เยน ร็อบเบนและฟร้องซ์ ริเบรี่ ด้วยผลงานที่เด่นเกินวัย ทำให้ถูกจับต่อสัญญาทั้งที่เพิ่งจะย้ายมาปีแรกเท่านั้น นาบรี้ปีกวัย24กะรัตมีสัญญาในถิ่นอารีอันซ์ อารีน่าปัจจุบันมีสัญญาผูกมัดกับทีมไปจนถึงปี2023 นอกจากนั้นเจ้าตัวยังเป็นแข้งสายเลือดใหม่ของทัพอินทรีเหล็ก(ทีมชาติเยอรมัน)อีกด้วย โดยเพียงนัดแรกที่นาบรี้ได้รับโอกาสติดธง เค้าก็สามารถทำแฮตทริกได้เลย(ชนะซานมารีโน่8-0)ซึ่งนับเป็นการทำลายสถิติของทีมชาติเยอรมันนีรอบ40ปี

Read More

แฮรี่แม็คไกวร์ กับการเปิดความรู้สึกในใจผ่านสื้เสื้อปีศาจแดง

แฮรี่แม็คไกวร์

   หลังผ่านช่วงยืดเยื้อมานานในที่สุดแมนยูก็ได้เปิดตัวกองหลังตัวใหม่แฮรี่ แม็คไกวร์กับเขาเสียที โดยดาวเตะดีกรีทีมชาติอังกฤษแสดงความดีใจจนออกนอกหน้าทว่าก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณแฟนบอลและสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ที่มีส่วนทำให้เจ้าตัวได้กลายเป็นปราการแนวรับที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก เพราะปีศาจแดงได้จ่ายเงินเพื่อปิดดีลนี้สูงถึง80ล้านปอนด์เลยทีเดียว

แมนยูขายขนมจีบทั้งทีใครจะเดินหนีได้ลงคอ แฮรี่แม็คไกวร์ แถลง

   แฮรี่ แม็คไกวร์มีข่าวว่าได้รับความสนใจจากโอเล่ กุนน่า โซลชามาตลอดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ทว่าเลสเตอร์ซิตี้ก็สงวนท่าทีมาโดยตลอดกระทั่งยอมเปิดการเจรจากับปีศาจแดงที่ค่าตัว80ล้านปอนด์ตามข่าว “ มันเหมือนฝันกับการได้ย้ายมาเป็นสมาชิกของยูไนเต็ด มันคือโอกาสที่ท้าทายกว่าเดิม และผมขอยืนยันว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาผมมีความสุขสุดๆกับเลสเตอร์ แต่นี่มันคือการก้าวเดินไปตามวิถีฟุตบอล ผมได้รับการดูแลที่ดีจากสโมสรเก่าไปจนถึงแฟนบอลก็คอยสนับสนุนผมมาโดยตลอด ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ผมก็คงไม่มีโอกาสได้มาสวมเสื้อยูไนเต็ดเช่นกัน ฉะนั้นผมอยากขอขอบคุณทุกอย่างที่เลสเตอร์มอบให้กับผม ”

   อย่างไรก็ตามกองหลังวัย26ปีก็ไม่ลืมที่จะอวยต้นสังกัดใหม่เช่นกัน “ ผมเป็นผู้เล่นที่ถ่อมตัวแม้ผมรู้ว่าผมทำอะไรได้บ้าง แต่เมื่อทีมอย่างยูไนเต็ดถามว่าเฮ้สนใจมาเล่นให้เราไหม? ใครจะบอกปัดได้ละจริงไหม ผมเป็นนักฟุตบอลธรรมดาๆคนหนึ่งที่อยากสะสมเกียรติประวัติและความสำเร็จให้มากที่สุด การมาที่นี่ก็มีส่วนช่วยให้ผมมีโอกาสจะเติมเต็มสิ่งเหล่านั้นได้ ผมตื่นเต้นไปหมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการได้ซ้อมกับทีมใหม่,ทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมทีมหน้าใหม่ และบรรยากาศในห้องแต่งตัวที่มันคงต้องวิเศษมากๆอย่างแน่นอน ” นอกจากค่าตัวการย้ายทีมจะเป็นที่ฮือฮาแล้วสื่ออังกฤษยังระบุว่าแม็คไกวร์จะได้รับค่าเหนื่อยมหาศาลกว่า200,000ปอนด์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว

   ในส่วนโอเล่ กุนน่า โซลชากุนซือแมนยูก็ได้แสดงทัศนะต่อลูกทีมคนใหม่เช่นกัน “ แฮรี่เป็นกองหลังระดับท็อปในอังกฤษ เค้าเล่นลูกกลางอากาศได้ดี,อ่านเกมขาด,มีความแข็งแกร่งและที่สำคัญคือเค้ามีความนิ่งยามที่เล่นในสถานการณ์กดดัน สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าเค้าเป็นผู้เล่นที่มีจิตใจเข้มแข็ง เราดีใจมากที่ได้เค้ามาช่วยงาน และตอนนี้ผมก็รอคอยที่จะได้ทำงานร่วมกับเค้าในสนามซ้อมเช่นกัน ”

Read More

ซีดาน อ้อนบอร์ดทุ่มเฮือกสุดท้ายเพื่อดึงป็อกบาโยกช่วยชุดขาว

ซีดาน

   นี่เพียงช่วงปรีซีซั่นกระแสความกดดันที่ถาโถมเข้าใส่ทีม รีล มาดริด ก็ชักจะหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆหลังจากพวกเค้าทำผลงานในเกมอุ่นเครื่องได้อย่างไม่น่าประทับใจนัก(ชนะ1เสมอ1แพ้3)แถมเสียประตูเป็นว่าเล่นอีกต่างหาก ร้อนให้นายใหญ่อย่าง ซีนาดีน ซีดาน ต้องออกโรงมารบเร้าให้ฟอเรนติโน่ เปเรซยอมควักเงินอีกก้อนเพื่อดึงตัวปอล ป็อกบามาร่วมทีมให้จงได้ โดยกุนซือชาวฝรั่งเศสเชื่อว่ากองกลางร่วมชาติรายนี้จะเป็นจิ๊กซอชิ้นสำคัญที่ช่วยนำทัพราชันย์กลับไปสู่เส้นทางลุ้นแชมป์ลาลีก้าได้อีกครั้ง

ป็อกบาคนพี่เสี้ยม ซีดาน บอกราชันย์จะฟื้นทันตาหากได้น้องชายไปร่วมทีม

   ภายหลังความพ่ายแพ้ยับเยินในเกมอุ่นเครื่องกับแอตมาดริด3-7 ให้หลายคนมองเห็นว่ารีล มาดริดมีจุดอ่อนในแดนกลางยามไม่มีคาเซมิโร่อยู่ในสนาม ซึ่งแน่นอนว่าซีดานเองก็เห็นด้วยจยนำไปสู่ข่าวเชื่อมโยงจริงจังกับปอล ป็อกบาอีกครั้ง และดูเหมือนครอบครัวของป็อกบาก็ดูท่าจะเห็นดีด้วยเมื่อมาธีอัส ป็อกบาพี่ชายของดาวเตะชุดแชมป์โลก2018ก็ออกมาสนับสนุนเรื่องนี้ “ ปอลพิสูจน์มาแล้วเมื่อเวิลด์คัพครั้งล่าสุด เค้าคือแข้งหลักที่พาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์ เค้าดีพอที่จะเล่นให้ทุกทีมในโลกรวมทั้ง รีล มาดริดด้วย ”

   ป็อกบาคนพี่ยังยืนยันว่าดีลนี้จะส่งผลดีกับซีดาน “ เค้าจะปรับตัวกับชีวิตในสเปนได้แน่ แล้วมาดริดจะได้เห็นว่าดีลนี้มันคุ้มค่าแค่ไหน แน่นอนว่าผมเคารพยูไนเต็ด(แมนยู)แต่ผมก็เอาใจช่วยให้น้องชายได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเช่นกัน ”

ซีนาดีน ซีดาน กำลังหลังพิงฝาเนื่องผลงานนัดล่าสุดปรีซีซั่นที่ไม่ปังเอาเสียเลย ดังนั้นการดึงตัวป็อกบามายังถิ่นเบอร์นาบิว นอกจากจะได้กองกลางขั้นเทพมาเสริมทัพแล้วยังช่วยเป็นการลดกระแสความกดดันของแฟนบอลได้เป็นอย่างดี และแน่นอนว่าดีลนี้ก็น่าจะมีมูลค่ามหาศาล โดยเหล่ากูรูต่างฟันธงว่าหากแมนยูตัดสินใจปล่อยตัวป็อกบาออกไปจริง พวกเค้าก็น่าจะได้รับเงินสูงถึง150ล้านปอนด์เป็นอย่างน้อย ซึ่งน่าจะเป็นตัวเลขที่โอเล่ กุนน่า โซลชาพึงพอใจเนื่องจากตัวนักเตะเองก็แสดงการงัดข้อกับสโมสรมาโดยตลอด แถมปีศาจแดงก็ต้องการเงินทุนในการนำไปต่อยอดคว้าตัวแฮรี่ แมคไกวร์กองหลังตัวเก่งของเลสเตอร์ซิตี้ที่ว่ากันว่ามีค่าตัวราว90ล้านปอนด์ แต่ทั้งนี้ดีลนี้น่าจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ก็ต้องรอดูท่าทีการย้ายทีมของแกเร็ธ เบลเสียก่อน ซึ่งจุดนี่เองที่อาจะเป็นอุปสรรคที่ทำให้ดีลนี้ไม่เกิดขึ้น

Read More