เมสซี่ อาจลาบาเซโลน่าเเล้วหันไปร่วมงานกับเป๊ปที่เเมนซิตี้

เมสซี่

    เนื่องจากสถานการณ์ภายในของบาเซโลน่าที่ค่อนข้างวุ่นวาย ด้วยฟอร์มการเล่นที่ไม่แน่นอนจนต้องเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมลุกลามไปจนเอริค อบิดัลผอ.กีฬาประจำสโมสรต้องออกมากล่าวตำหนินักเตะในทีมเดียวกัน จนทำให้เมสซี่ผู้เป็นกัปตันทีมต้องออกมาด่าคืนอย่างไม่ไว้หน้า แล้วปัญหาอันอีรุงตุงนังนี้เองก็ทำให้มีข่าวลือตามมาทันทีว่าลีโอแนล เมสซี่อาจตัดสินใจอำลาทีมเจ้าบุญทุ่มแล้วหันไปร่วมงานกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่าที่อัลติฮัด สเตเดี้ยมแทน ซึ่งทันทีที่เกิดคำถามกุนซือแมนซิตี้ก็รีบออกมาปฏิเสธแบบทันควัน

เป๊ปให้เกียรติทีมเก่าอยากเห็น เมสซี่ แขวนเกือกกับบาซ่ามากกว่า

    “ ทุกคนต่างรู้ถึงกิตติศัพท์ของเมสซี่เป็นอย่างดี เค้ายังคงเป็นนักเตะคนสำคัญของบาเซโลน่า ซึ่งตามมารยาทแล้วผมไม่ควรพูดถึงเค้าด้วยซ้ำ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เค้ามีข่าวเรื่องการย้ายทีม แล้วในทุกๆครั้งเค้าก็ยังคงอยู่กับบาเซโลน่า นั่นบ่งบอกทุกอย่างในตัวอยู่แล้ว ผมคิดว่าเมสซี่น่าจะเลือกแขวนเกือกที่นั่นเลย เราคงไม่ได้เห็นเค้าสวมเสื้อทีมอื่นอีกแล้ว  ” กวาร์ดิโอล่ากล่าวอย่างเชื่อมั่น

    อย่างไรก็ตามช่วง2-3ปีหลังสุดดูเหมือนแมสซี่จะเริ่มมีปัญหากับชีวิตในสเปนมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการถูกฟ้องเรื่องเลี่ยงภาษี,การกล่าวโจมตีเพื่อนร่วมทีมอย่างเคราร์ด ปีเก้ และการบาดหมางกับอบิดัลผู้อำนวยการกีฬา อันเห็นได้ชัดว่าความสัมพันธ์ระหว่างเมสซี่ และต้นสังกัดเริ่มมีรอยร้าว จึงไม่แน่เหมือนกันว่าดาวยิงวัย32จะพร้อมอยู่ช่วยทีมต่อไปได้นานแค่ไหน

มาสเคราโน่ เสี้ยมเมสซี่ลาบุญทุ่มกลับค้าแข้งบ้านเกิดสบายใจกว่า

    จังหวะนี้เองฮาเวียร์ มาสเคราโน่อดีตเพื่อนร่วมทีมบาซ่าก็ได้ถือโอกาสชวนเมสซี่ให้กลับมาค้าแข้งในลีกอาร์เจนติน่า “ เมสซี่ประสบความสำเร็จกับบาเซโลน่ามาตลอดหลายปี ผมคิดว่ามันถึงจุดอิ่มตัวของเค้าแล้ว บางทีการแยกทางกันอาจเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย ”

   “ เมสซี่เคยพูดมาตลอดว่าเค้าอยากกลับมาเล่นในบ้านเกิด มันอาจถึงเวลาของเค้าแล้วก็ได้ มันขึ้นอยู่กับเมสซี่เองว่าต้องการอะไร ที่นี่(วงการฟุตบอลอาร์เจนติน่า)พร้อมต้อนรับเค้าเสมอ หากเค้ายอมกลับมาเล่นในลีกอาร์เจนติน่า มันน่าจะช่วยปลุกกระแสอะไรบางอย่างได้ ทุกคนต่างพูดกันมาตลอดว่าอยากเห็นลีกฟุตบอลที่แข็งแกร่ง แล้วนี่ก็เป็นโอกาสที่ดี ผมไม่รู้หรอกว่าจะมีสโมสรไหนกล้าหาญพอที่จะเซ็นสัญญากับเค้า แต่โลกฟุตบอลสมัยใหม่ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้น แล้วผมก็เชื่อแบบนั้นมาตลอด ” แนวรับวัย35กะรัตกล่าวอย่างมีหวัง

Read More

ต่างดาว กดสูตรโกงหวังเซ็นโชเซ่แข้งโซเซียดัดแม้ตลาดปิดทำการ

ต่างดาว

     หลังจากต้องเสียแนวรุกตัวเก่งอย่างอุสมาน เดมเบล่ได้รับบาดเจ็บบริเวณต้นขาจนต้องพักยาวเป็นเวลาครึ่งปี ก็ทำให้บาเซโลน่าทีมดังแดนกระทิงอาจสร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ด้วยซื้อกองหน้าคนใหม่แก้ขัด แม้ว่าจะไม่ใช่ช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดทำการไปแล้วก็ตาม

    เดิมทีทุกสโมสรในยุโรปที่ต้องการเซ็นสัญญานักเตะใหม่เข้ามาจะถูกกำหนดว่าต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่31มกราคมเท่านั้น แต่สำหรับลาลีก้าสเปนกลับมีเงื่อนไขพิเศษที่ระบุไว้ว่า หากสโมสรในสเปนมีผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บหนักมากกว่า4เดือนขึ้นไปก็จะเปิดโอกาสให้ทีมนั้นสามารถซื้อนักเตะทดแทนได้เป็นกรณีพิเศษ แต่ก็มีข้อแม้อยู่เล็กน้อยคือจะต้องทำการซื้อขายนักเตะจากสโมสรในลีกสเปนด้วยกันเท่านั้น จึงทำให้บาเซโลน่าต้องเดินหน้าเจรจาคว้าตัว วิลเลี่ยน โชเซ่ กองหน้ารีล โซเซียดัดตามเงื่อนไขพิเศษที่กล่าวมา

     คาดการกันว่าบาซ่าต้องยอมทุมเงินก้อนโตเพื่อปิดดีลนี้ และจะต้องรีบทำให้ลุล่วงภายใน15วันตามเงื่อนไขที่สมาคมฟุตบอลสเปนวางไว้อีกด้วย เนื่องจากวิลเลี่ยน โชเซ่เป็นกำลังสำคัญของรีล โซเซียดัดที่ยิงไปแล้วถึง8ประตูจนพาทีมขึ้นมารั้งอันดับ6ของตารางลาลีก้าได้อย่างสุดเซอร์ไพรซ์

โซเซียดัดยันโชเซ่ยังเป็นกำลังสำคัญแต่หาก ต่างดาว ใจถึงก็พร้อมปล่อย

    ด้านอิมานอล อัลกูอาซิลกุนซือรีล โซเซียดัดเองก็ได้ออกมาพูดถึงความสนใจจากฝากอันซูลกราน่าเช่นเดียวกัน “ วิลเลี่ยนมีฤดูกาลที่น่าประทับใจ เค้าเป็นตัวหลักของเรา โซเซียดัดมีแผนการอีกยาวไกลภายใต้การร่วมงานกับวิลเลี่ยน เราได้ยินถึงความสนใจจากบาเซโลน่า แต่เราไม่ได้ต้องการเงินความตั้งใจของโซเซียดัดคืออยากให้นักเตะอยู่ช่วยทีมไปจนจบฤดูกาล แต่ถ้ามีข้อเสนอเข้ามาที่70ล้านยูโรขึ้นไปก็อาจมีความเป็นไปได้ที่จะเปิดโต๊ะเจรจากัน ”

    โดยวิลเลี่ยน โชเซ่ยังมีสัญญายาวอยู่กับยอดทีมแห่งแคว้นบาสก์ถึงปี2024 จึงทำให้ค่าฉีกสัญญาของดาวยิงแซมบ้าพลอยแพงลิบได้ด้วย สื่อในสเปนยังคงเชื่อว่าดีลนี้ยังไม่น่าจะจบลงง่ายๆเนื่องจากบาซ่าเองก็รู้ตัวดีว่าค่าตัวที่รีล โซเซียดัดตั้งไว้นั้นเป็นราคาขู่ที่แพงเกินจริง เนื่องจากพวกเค้าเองกำลังมีลุ้นที่จะได้แชมป์ฟุตบอลถ้วย โกปาร์ เด เรย์อย่างเต็มตัว(เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จแล้ว) และวิลเลี่ยน โชเซ่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวชูโรงสำหรับภารกิจนี้

Read More

บาเซโลน่า จำกัดส่วนเกินพร้อมปล่อยราคิติสพ้นทีมช่วงเปิดตลาดมกราคม

บาเซโลน่า

   อีวาน ราคิติสใกล้ที่จะต้องอำลาทีมบาเซโลน่าแล้ว หลังจากที่มิดฟิล์ชาวโครแอตไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามในซีซั่นนี้ และในที่สุดเออร์เนสโต้ บัลเบเด้ก็ได้ตัดสินเป็นเด็ดขาดแล้วว่ากองกลางชุดรองแชมป์ฟุตบอลโลก2018(กับทีมชาติโครเอเชีย)จะไม่อยู่ในแผนการทำทีมอีกต่อไปอีกและพร้อมที่จะขึ้นบัญชีขายราคิติสในช่วงที่ตลาดซื้อขายนักเตะจะเปิดทำการอีกครั้งในเดือนมกราคมปีหน้า แม้ว่าอันที่จริงแล้วราคิติสจะมีสัญญาอยู่ในถิ่นคัมป์นูไปกระทั้งมิถุนายน2021ก็ตาม

   หลังจากที่บาซ่าได้ตัวเฟรงกี้ เดอ ยองมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ ราคิติสก็แทบจะหลุดจากทีมไปเลย โดยนับรวมทุกรายการในปีนี้ปรากฎว่ากองกลางวัย31กะรัตมักได้รับโอกาสลงสนามเป็นเพียงตัวสำรองเท่านั้น จนทำให้บอร์ดบริหารของบาเซโลน่าตั้งใจที่จะปล่อยตัวอีวาน ราคิติสเพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่าย(อาจจะได้เงินไปซื้อเนย์มาร์กลับมาจากปารีส แซงต์ แชร์กแมงด้วย) ซึ่งดาวเตะรายนี้น่าจะมีค่าตัวราว25ล้านยูโร โดยทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และยูเวนตุสเป็นตัวเป็นแคนดิเดตที่จะคว้าตัวราคิติสไปใช้งานต่อ

วิดัลอาจย้ายหนี บาเซโลน่า โดยมีอินเตอร์มิลานที่พร้อมรับช่วงต่อ

    นอกจากนี้อาตูโร่ วิดัลก็เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่อาจโดนปล่อยตัวเช่นกัน เนื่องจากเออร์เนสโต้ บัลเบเด้รับรู้แล้วว่ากองกลางชาวชิลีได้ก้าวผ่านจุดสูงสุดของอาชีพการเป็นนักฟุตบอลไปแล้ว จนทำให้มีสภาเป็นเพียงอะไหล่ในทีมเช่นกัน “ ผมยังไม่ได้ตัดสินใจอะไรทั้งนั้น แต่แน่นอนว่าผมไม่ปลื้มที่ไม่ได้ลงสนามมากนัก อย่างไรก็ตามเราต่างรู้ว่าบาเซโลน่ามีเกมให้เล่นเยอะมาก ผมยังมองว่ามันมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงได้ ผมไม่ใช่นักเตะวัยรุ่นอีกแล้วดังนั้นผมจึงเลือกที่จะสงบนิ่งและตั้งใจซ้อมต่อไป ”

    และเมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ที่จะย้ายไปเล่นให้กับอินเตอร์มิดฟิลด์จอมโหดก็แสดงท่าที่สนใจทันที “ ผมเคยร่วมงานกับคอนเต้มาแล้วที่ตูริน(ยูเวนตุส) เค้ามีส่วนช่วยให้ผมพัฒนาฝีเท้าในช่วงนั้น ผมเป็นหนี้บุญคุณเค้า(คอนเต้)ฉะนั้นหากมีโอกาสมันก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเราต่างเชื่อมั่นในตัวกันและกันอยู่แล้ว มันคงทำให้ผมรู้สึกมีแรงผลักดันอย่างมากเลยทีเดียวเชียวละ ” โดยอาตูโร่ วิดัลย้ายมาร่วมถิ่นคัมป์นูในปี2018 ลงเล่นในสีเสื้อเลือดหมูไปแล้ว62นัดยิงได้6ประตู และทำทางให้เพื่อนอีก8แอสซิสต์

Read More

ราคิติช ชักท้อหลังซีซั่นใหม่ไม่ค่อยได้ออกสตาร์ทกับบาเซโลน่า

ราคิติช

    กาลเวลาเปลี่ยนอะไรๆก็เปลี่ยนตาม นั่นส่งผลให้อีวาน ราคิติชผู้ซึ่งเป็นหัวใจในแดนกลางของบาเซโลน่ามาหลายปีเริ่มไม่ค่อยมีความสุขในถิ่นคัมป์ นู หลังจากที่ปีนี้ดาวเตะชาวโครแอตถูกมองข้ามเป็นตัวสำรองอยู่บ่อยครั้งจนทำให้เพิ่งได้ออกสตาร์ทตัวจริงเพียงแค่เกมเดียวเท่านั้น และล่าสุดราคิติชก็เริ่มเปรยถึงโอกาสที่จะอำลาทีมอัลซูนกราน่าในช่วงเดือนมกราคมปีหน้า

    “ ซีซั่นนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ผมซ้อมได้ดีร่างกายก็สมบูรณ์แต่ผมไม่ถูกเลือกลงสนาม สถานการณ์มันชัดเจนว่าผมต้องหาทางเปลี่ยนแปลงมัน บาเซโลน่ายังเป็นสโมสรที่ยอดเยี่ยมในความคิดของผม แต่ผมเป็นนักฟุตบอลมันไม่มีความหมายหรอกว่าคุณจะได้ชูถ้วยรางวัลกี่ใบตราบเท่าที่คุณไม่มีโอกาสลงสนาม มีการหารือกับสโมสรแล้วแต่มันก็ยังไม่มีอะไรชัดเจนนัก เราคงต้องดูกันต่อไป ไม่ว่าอย่างไรแฟนบอลบาซ่านั้นสุดวิเศษ ผมจะยังเป็นชาวอัลซูนกราน่าเสมอแม้ว่าบางทีผมอาจตอบรับการย้ายทีมในช่วงปีใหม่ก็ตาม ” ราคิติชในวัย31ปีตัดพ้อ โดยซีซั่นนี้เค้าเพิ่งได้รับลงเล่นรวมกันเพียง5เกมเท่านั้นและส่วนใหญ่มักเป็นการลงเล่นในฐานะตัวสำรองอีกต่างหาก

บาซ่าต้องการคนที่พร้อมบัลเบเด้ยัน ราคิติช ต้องพิสูจน์ตัวเอง

    ในขณะที่เออเนสโต้ บัสเบเด้นายใหญ่เจ้าบุญทุ่มก็ออกโรงยืนยันว่านักเตะในทีมทุกคนต้องแสดงผลงานที่ดีที่สุดในสนามซ้อมและไม่มีใครที่จะได้รับการการันตีตัวจริงทั้งนั้น “ บาเซโลน่าเต็มไปด้วยผู้เล่นชั้นยอดและทุกคนต่างต้องการลงเล่นทั้งนั้น ราคิติชจำเป็นแสดงสิ่งที่ดีที่สุดออกมาเหมือนคนอื่นๆ แต่ตอนนี้มันมีคนที่ดีกว่าเค้า เค้าต้องยอมรับ และสู้ต่อหากอยากได้รับโอกาส ”

    หากเทียบกับซีซั่นที่แล้วอีวาน ราคิติชได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง จนมีสถิติลงเล่นรวมกันถึง34เกม ทว่าเมื่อเข้าสู่ซีซั่น2019/20 บัลเบเด้ก็เลือกที่จะให้โอกาสแฟรงค์กี้ เดอ ยองลงเล่นมากกว่า และดูเหมือนว่ากองกลางชุดรองแชมป์ฟุตบอลโลก2018(กับทีมชาติโครเอเชีย)อาจต้องมองหาโอกาสย้ายทีมออกไปหากอยากได้รับโอกาสลงเล่นมากยิ่งขึ้น โดยมีข่าวว่ายูเวนตุสก็เป็นอีกทีมที่ให้ความสนใจกองกลางรายนี้อยู่ ทว่าก็ยังติดปัญหาตรงที่ในทีมม้าลายเองก็มีกองกลางชั้นดีที่แย่งชิงโอกาสลงเล่นอีกเพียบ(ขนาดเอมเร่ ชาน,ซามี่ เคดิร่ายังไม่ค่อยได้ลงสนามเลย)จึงมีความเป็นไปได้น้อยมากที่ราคิติชจะได้ย้ายไปเล่นให้กับเบียงโคเนรี่ในช่วงปีใหม่

Read More

เนย์มาร์ &บทเรียนความอินดี้ที่อาจทำให้ฟุตบอลไม่สนุกอีกต่อไป

เนย์มาร์

   ข่าวการย้ายทีมระดับมหากาพย์ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมานั้นเชื่อว่าไม่มีประเด็นไหนจะยืดเยื้อไปกว่าภารกิจการดิ้นรนกลับขึ้นยานแม่ของเนย์มาร์อีกแล้ว เพราะดาวเตะแซมบ้าเริ่มเล่นสงครามประสาทกับปารีส แซงต์ แชร์กแมงตั้งแต่จบซีซั่นที่แล้ว ทำให้ยอดทีมแดนน้ำหอมต้องแยกเนย์มาร์ออกจากทีมชุดใหญ่ด้วยการอ้างว่านักเตะอยู่ในช่วงพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ และตามมาด้วยการดึงโปรดักทุกชิ้นที่เกี่ยวข้องกับเนย์มาร์ออกจากร้านจำหน่ายของที่ระลึกของสโมสร แต่ซ้ำร้ายกว่าปารีสตั้งค่าตัวเนย์มาร์ไว้สูงลิบ(ว่ากันว่าไม่ต่ำกว่า200ล้านปอนด์)ซึ่งก็ทำให้บาเซโลน่าไม่อาจเปิดโต๊ะเจรจาได้สำเร็จ

   กระทั้งบัดนี้ที่ตลาดซื้อขายผู้เล่นปิดตัวลงไปแล้ว และเนย์มาร์จะยังคงเป็นผู้เล่นของเปเอสเชต่อไปจนถึงม.ค.2020เป็นอย่างน้อย ทว่าเจ้าตัวก็ยังไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับทีมชุดใหญ่ของทีมแม้แต่เกมเดียว จนมีความเป็นไปได้อย่างมากที่โธมัส ทูเคิ่ลจะแช่แข็งแนวรุกแซมบ้าต่อไปอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งไม่สนุกแน่นอนสำหรับซุปเปอร์สตาร์ระดับนี้ที่อดเล่นฟุตบอลทั้งที่สภาพร่างกายยังฟิตสมบูรณ์ สิ่งนี่จะทำลายความมั่นใจ,ความฟิต หรือแม้แต่โอกาสติดทีมชาติบราซิลที่ในระยะยาว เนื่องจากการไม่ได้ลงเล่นในระดับสโมสรอย่างสม่ำเสมอนั้นก็อาจทำให้เจ้าตัวหลุดโผทีมชาติในซักวัน(ปัจจุบันไม่ได้เล่นให้เปเอสเชแต่ยังถูกเรียกติดธงอยู่)

หลุยส์ซัวเรสซ้ำเติมบอก เนย์มาร์ แล้วไม่เชื่ออย่าคิดหนีบาเซโลน่า

   หลุยส์ ซัวเรสอดีตเพื่อนร่วมทีมของเนย์มาร์ก็ได้ออกมาแสดงความห่วงใยเช่นกัน “ เนย์มาร์เป็นสัณลักษณ์ของฟุตบอลยุคนี้ มันคงแปลกๆที่เค้าจะไม่มีชื่อลงเล่น แต่มันเป็นสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนที่พวกเค้า(เนย์มาร์กับต้นสังกัด)ต้องหาทางออกกันเอง แต่ผมเสียดายนะถ้าเนย์มาร์ยังอยู่กับเราป่านนี้เค้าคงมีความสุขกว่านี้ ”

    จอมกัดแห่งวางการฟุตบอล(ซัวเรสชอบเอาคืนผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามด้วยการให้ปากกัด)ยังเคยปรามให้เนย์มาร์ทบทวนให้ดีก่อนย้ายออกจากบาซ่ามาแล้ว “ ตอนที่เค้ายังอยู่กับเราแล้วเริ่มเรียกร้องนั่นนี่เพื่อที่จะย้ายออก เพื่อนๆในทีมต่างคอยบอกเค้าเสมอ ว่าคัมป์นูนั้นเหมาะกับเค้าที่สุดแล้ว ผมไม่รู้ว่าเค้าคิดอะไรนะ แต่สุดท้ายเค้าก็ย้ายออกจากเราไป เราทุกคนต่างคิดถึงเค้าด้วยกันทั้งนั้น ยิ่งวันนี้เราได้รับรู้ว่าเค้ากำลังทำทุกทางเพื่อที่จะย้ายกลับมาหาเรา เราก็ยิ่งปวดใจ เค้าไม่ควรต้องเจอกับสถานการณ์ย่ำแย่แบบนี้เลยถ้าเพียงแต่เค้าสุขุมกว่านี้ มันเป็นบทเรียนของเค้า ”

Read More