เชลซี ต้องสม่ำเสมอกว่านี้แลมพาดกระตุ้นหลังพ่ายต่อหงส์คาบ้าน

เชลซี

   ให้หลังจากเกมเปิดสแตฟอร์ด บริดจ์พ่ายต่อลิเวอร์พูลไป1-2 ก็ทำให้เชลซีหลุดไปอยู่กลางตารางพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง(รั้งอันดับ11) แฟรงค์ แลมพาดนายใหญ่สิงห์บลูก็ได้ออกมาปลอบใจลูกทีมว่าไม่ต้องเสียใจที่ต้องแพ้ต่อทีมที่แข็งแกร่งอย่างลิเวอร์พูล

   “ เรารู้ว่าลิเวอร์พูลนั้นแข็งแกร่งแค่ไหน แต่เราก็ยังเล่นด้วยเป้าหมายว่าเรามีโอกาสชนะในบ้านที่มีเสียงเชียร์เป็นกำลังหนุน เราสู้ได้ดีเรามีมีโอกาสยิงมากกว่าพวกเค้า(ลิเวอร์พูล)ด้วยซ้ำ แต่เราไม่เฉียบคมพอ นั่นคือสิ่งที่ผู้เล่นเชลซีต้องเรียนรู้ ถามว่าเราเล่นแย่กว่าลิเวอร์พูลหรือเปล่าผมคิดว่าไม่ แต่พวกเค้าสม่ำเสมอกว่าเรา พวกเค้ามีประสบการณ์มากกว่าอีกทั้งผู้เล่นก็ยังรวมตัวกันมานานแล้ว การแพ้ต่อลิเวอร์พูลแม้ไม่ใช่เรื่องน่ายินดี แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแย่ เราจะเรียกร้องอะไรได้ในเมื่อลิเวอร์พูลมีโอกาสยิง6ครั้งแต่ทำได้สองประตู เราแพ้ให้กับทีมที่ดีกว่า ฉะนั้นผู้เล่นเชลซีควรเชิดหน้าขึ้นแล้วกลับมาเก็บชัยชนะในบ้านอีกครั้ง ” แฟรงค์ แลมพาดพูดปลอบประโลมนักเตะในดูแล

แลมพาดรับกองหลัง เชลซี ต้องปรับปรุงเรื่องสมาธิในเกมอีกมาก

   แฟรงค์ แลมพาดกุนซือเชลซียังได้เอ่ยปากถึงผลงานเกมจากแม็ตซ์ล่าสุดอีกด้วย “ เรายังไม่สามารถเก็บคลีนชีตได้เลยในฤดูกาลนี้ มันเป็นสัญญาณบอกเราว่าแนวรับยังหละหลวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับมือกับลูกเซทพีซมันจะลดความเสี่ยงได้เยอะถ้าคุณมีสมาธิพอ แต่เราก็ยังพลาดจนเราเสียไปถึงสองประตู เราเตรียมตัวกันมาทั้งสัปดาห์แต่เราก็เสียสมาธิกันง่ายๆนี่คือจุดที่ผู้เล่นเชลซีต้องให้ความสำคัญ ”

    “ คุณภาพผู้เล่นเชลซีไม่ได้เป็นรองลิเวอร์พูลหรอก แต่ความเข้าใจเกมและความมั่นใจเรา(เชลซี)กลับสู้พวกเค้าไม่ได้เลย นั่นทำให้เราไม่มีแต้มในวันนี้ เราต้องกลับมาทำการบ้านกันต่อ เราต้องซ้อมเพื่อสร้างความคุ้นชินร่วมกัน นั่นคือเราต้องสม่ำเสมอกว่านี้เพราะในเกมฟุตบอลบางทีมที่เอาชนะได้เค้าก็ไม่จำเป็นต้องเลยดีกว่าตลอด90นาทีหรอก แต่เค้ารู้วิธีที่จะเล่นอย่างไรให้เสียเปรียบให้น้อยที่สุดต่างหาก ซึ่งลิเวอร์พูลทำแบบนั้นกับเรา ผมหวังว่าเราจะหยุดสถิติการเสียประตูในทุกๆเกมที่ลงเล่นให้ได้ในเร็ววัน เพราะเมื่อไม่เสียประตูง่ายๆ เกมรุกของคุณจะเริ่มมั่นใจและกล้าเล่นมากขึ้น ” แลมพาด กุนซือวัย41ปีกล่าวทิ้งท้าย

Read More

ปีศาจแดง ต้องยอมรับว่ายังห่างไกลลุ้นแชมป์พรีเมียอ้างอิงแอนดี้โคล

ปีศาจแดง

   หลังจากโปรแกรมพรีเมียร์ลีกผ่านไป4เกม ผลงานของปีศาจแดงก็เริ่มฝืดเป็นระยะโดยสามนัดหลังสุดไม่ชนะใครเลย(เสมอ2แพ้1)ทว่าไม่วายก็ยังมีผู้เล่นแมนยูบางรายออกมากระตุ้นเพื่อนๆให้ฮึดสู้อีกครั้ง พร้อมกับโปรยยาหอมว่าแมนยูยังมีโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอยู่ ซึ่งเป็นแนวคิดที่สวนทางกับอดีตกองหน้าของทีมอย่างแอนดี้ โคลอย่างแรง เมื่อดาวยิงผิวสีเชื่อว่าปีศาจแดงในเวลานี้ยังไม่ใกล้เคียงที่จะต่อการกับทีมเต็งอย่างลิเวอร์พูล และแมนซิตี้ได้เลย

    “ ก่อนที่ผมจะพูดอะไรต่อผมต้องยืนยันก่อนว่ายังเป็นพลพรรคเรดอาร์มี่อยู่นะ ไม่ได้มีใจออกห่างเลย แต่ต้องว่ากันไปตามจริงว่าเรา(แมนยู)ยังไม่เข้าใกล้ศักยภาพของทีมลุ้นแชมป์ ไม่รู้ซิมันเป็นภาพรวมของการตอบสนองคุณจะเห็นได้เลยว่าทีมที่เป็นผู้ชนะจะกลับมาได้แม้จะโดนยิงนำก็ยังกลับมาเอาชนะได้ ในขณะที่ทีมเราเอาแค่ทำประตูขึ้นนำเค้าในสถานการณ์ที่ง่ายกว่าเรายังทำกันไม่ได้เลย มันชัดเจนว่าเรายังไม่ดีพอทั้งในแง่ขุมกำลัง และความมั่นใจ ” อดีตเจ้าของเสื้อหมายเลข9ของแมนยูกล่าวอย่างจริงจัง

แอนดี้โคลตำนาน ปีศาจแดง ชี้เร่งสร้างสปริริตพร้อมเสริมทัพเรื่อยๆอาจมีหวัง

   ตำนานดาวยิงของปีศาจแดงได้ย้ำว่าสาวกแมนยูต้องทำใจร่มๆแล้วเอาใจช่วยทีมกันต่อไปแม้ว่าโอกาสกลับมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกจะต้องรออีกพักใหญ่(หลายปี)ก็ตาม “ ผมก็ไม่ชอบใจที่จะบอกว่าลิเวอร์พูล และแมนซิตี้เหนือกว่าเรานะ แต่ความจริงมันเป็นยังงั้น พวกเค้ากำลังมั่นใจกันอย่างสุดขีดมันทำให้ช่องว่างระหว่างพวกเค้าและทีมเรามันห่างไกลกันมากโขเลยละ เราทุกคนต้องอดทน มันคงใช้เวลาซักพักที่จะเติมผู้เล่นดีๆในทุกๆตำแหน่ง และสร้างความกลมเกลียวในหมู่ผู้เล่นของเรา ”

   แอนดี้ โคลผู้ที่ยิงประตูในอังกฤษมาแล้ว287ลูกตลอดการค้าแข้งยังยอมรับว่านี่เป็นเรื่องปกติของวัฏจักรลูกหนังที่ซักวันแมนยูก็จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง “ สมัยที่ผมอยู่กับแมนยูเราก็อยู่ในสถานะเดียวกับแมนซิตี้นี่ละ พวกเรามั่นใจกันอย่างมาก เราไม่กลัวใคร สิ่งเหล่านี้มันเหมือนพลังแฝงนะ มันทำให้ผู้เล่นแต่ละคนในทีมจะส่งพลังต่อกันเป็นทอดๆ ต่อให้คุณมีฝีเท้าเป็นรองคุณก็จะถีบตัวเองขึ้นมาเพื่อให้เท่าเทียมกับเพื่อนๆ แล้ววันหนึ่งทีมอื่นๆก็จะอยากล้มคุณ มันเป็นเรื่องปกติ วันนี้ไม่ใช่วันเราของเราแต่ผมก็ยังเชื่อว่าโซลชาจะนำแมนยูกลับมาไปสู่จุดนั้นได้ถ้าเค้ามีเวลาพอนะ(กลัวโซลชาจะโดนไล่ออกไปก่อน) ”

Read More

ลิเวอร์พูล หนุนอ็อกซ์เลดเต็มที่ทำชากีรี่รู้สึกโดนเลือกปฏิบัติ

ลิเวอร์พูล

   ทั้งได้รับบาดเจ็บอเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลนก็ยังคงได้รับการประคบประหงมอย่างดีจากเจอร์เกน คล็อปป์เสมอมา และในซีซั่นนี้ดาวเตะเลือดผู้ดีก็ยังคงได้รับโอกาสออกสตาร์ทกับลิเวอร์พูลแม้ว่าจะยังทำผลงานได้ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน สวนทางกับเซอร์ดาน ชากีรี่ที่ยังไม่มีส่วนร่วมกับทีมในพรีเมียร์ลีกเลยแม้แต่นาทีเดียว ซึ่งปีกชาวสวิตเซอร์แลนด์ชักไม่ค่อยปลื้มเนื่องจากเจ้าตัวก็มีส่วนร่วมกับผลงานแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกซีซั่นก่อนในขณะที่แชมเบอร์เลนทำได้เพียงพยุงไม่ค่ำยันเชียร์เพื่อนๆเท่านั้น ทว่าเมื่ออดีตดาวเตะปืนใหญ่กลับมาฟิตสมบูรณ์กลับมาเบียดตำแหน่งตนอย่างไร้เหตุผล

คล็อปป์ไม่แคร์เสียงใครจับอ็อกซ์เลดขยายสัญญากับ ลิเวอร์พูล ไปอีก3ปี

   กุนซือชาวเยอรมันได้ให้โอกาสอเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลนออกสตาร์ทเป็นตัวจริงให้ลิเวอร์พูลในสองเกมหลังสุด(ในเกมยูฟ่าซุปเปอร์คัพกับเชลซี,เกมพรีเมียร์ลีกกับเซาร์แธปม์ตัน)ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเจอร์เกน คล็อปป์ให้ความสำคัญกับดาวเตะวัย26ปีรายนี้เป็นอย่างมาก แต่ไหนๆก็เอาใจกันจนออกนอกหน้าขนาดนี้แล้วไปต่อให้สุดกันเลยดีกว่า ทีมรองแชมป์พรีเมียร์ลีกปีล่าสุดจึงได้ทำการต่อสัญญากับแชมเบอร์เลนไปถึงปี2023 โดยมีการประกาศยืนยันผ่านเว็บไซต์สโมสรอย่างเป็นทางการ

   “ ปีก่อนผมไม่มีส่วนร่วมกับทีมเลย เอาจริงๆผมก็หวั่นใจไม่น้อยว่าเมื่อผมกลับมาฟิตแล้วผมจะยังเป็นส่วนหนึ่งของทีมอยู่ไหม พอได้รับการพูดคุยเรื่องสัญญาฉบับใหม่มันก็ทำให้ผมมั่นใจขึ้น ผมจะทำผลงานชดเชยหนึ่งซีซั่นที่หายไป และหวังว่าทีมเราจะประสบความสำเร็จอีกครั้ง ” แชมเบอร์เลนรับปากแฟนบอลอย่างมั่นใจ โดยปีนี้ชาวเดอะค็อปมีเป้าหมายที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้สำเร็จ หลังโดนแมนซีตี้ปาดหน้าไปอย่างน่าเจ็บใจเมื่อซีซั่นก่อน

   อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลนสามารถเล่นได้อย่างหลากหลายในทั้งมิดฟิลด์ตัวกลางรวมไปถึงการโยกไปเล่นเป็นผู้เล่นริมเส้น ซึ่งทับไลน์กับเซอร์ดาน ชากิรี่โดยตรง และเมื่อซีซั่นก่อนที่แชมเบอร์เลนได้รับบาดเจ็บที่เอ็นหัวเข่าจนไม่ได้ลงเล่นเลย ชากีรี่ก็รับสัมประทานในส่วนนี้มาโดยตลอดแล้วก็มีผลงานที่ดีเสียด้วย จนสามารถสะสมสถิติลงเล่นในซีซั่น2018/19ได้ถึง30นัด,ทำทาง5แอตต์ซิสต์ และยิง6ประตู ซึ่งทำให้ปีกแดนนาฬิการู้สึกเหมือนโดนหักหลังเมื่อถูกดาวเตะรุ่นน้องข้ามหน้าข้ามตา ทั้งที่ตัวเองก็มีฝีเท้าที่ดีไม่แพ้กันแต่กลับต้องทนนั่งรอโอกาสที่ข้างสนามต่อไป

Read More