หงส์เเดง ชุดปัจจุบันแข็งแกร่งเข้าขั้นไร้เทียมทานหรือยัง?

หงส์เเดง

    ผลงานการลงเล่น25ในลีก ชนะ24เสมอ1ของหงส์เเดงได้กลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ไปแล้ว สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในพรีเมียร์ลีก หรือจะว่าไปไม่เคยเกิดขึ้นในลีกระดับท๊อป(นับ5ลีกดังอังกฤษ,เยอรมัน,สเปน,อิตาลี่,ฝรั่งเศส)ของยุโรปด้วยซ้ำ นอกจากโอกาสคว้าแชมป์ลีกที่สูงลิบแล้วพวกเค้ายังอยู่บนเส้นทางการเป็นแชมป์ไร้พ่ายตามรอยของอาร์เซนอลอีกต่างหาก นั่นทำให้หลายคนมองว่าหงส์แดงกำลังจะกลายเป็นทีมไร้เทียมทาน

    ถ้าดูกันตามเนื้องานของซีซั่นนี้ก็ต้องยอมรับว่าลูกทีมของเจอร์เกน คล็อปป์คู่ควรกับคำสรรเสริญที่กล่าวมาเป็นอย่างยิ่ง เพราะแม้แต่นักเตะอะไหล่อย่าง นาบี้ เกอิต้า,อเล็ก อ็อกเหล็ด-แชมเบอร์เลน หรือดิว๊อค โอริกี้เมื่อได้รับโอกาสลงสนามต่างก็ยังทำผลงานได้น่าพอใจ แต่แม้ว่าทุกอย่างจะดูเป็นใจไปหมดแต่ก็เชื่อว่าเจอร์เกน คล็อปป์เองก็น่าจะไม่ยอมอยู่เฉยแล้วจะต้องหาทางเสริมความแข็งแกร่งให้ทีมอีกระลอกใหญ่ในช่วงซัมเมอร์

คล็อปป์ตั้งเป้าเสริมแกร่งเพื่อมัดใจสตาร์ให้อยู่ช่วย หงส์เเดง ต่อ

     ลูกฟุตบอลนั่นจะมีชีวิตชีวาเมื่อมันได้เคลื่อนไหว ฉันใดก็ฉันนั้นทีมฟุตบอลที่ต้องการความสำเร็จในระยะยาว ซึ่งเรื่องนี้เจอร์เกน คล็อปป์รู้ดีแก่ใจ นั่นทำให้ยังมีข่าวลืออออกมาเรื่อยๆว่าหงส์แดงอยากได้เอ็มปั๊ปเป้,แวร์เนอร์ หรือกองเต้ คำถามที่น่าสนใจคือเทรนเนอร์ชาวเยอรมันจะหาซื้อนักเตะเหล่านี้เข้ามาทำไมอีกในเมื่อแข้งเดิมที่มีก็ทำผลงานดีกันอยู่แล้ว คำตอบที่ตรงใจก็คือรักษาแข้งดังมีใจอยู่กับทีมต่อไป!

    นับตั้งแต่ได้แชมป์ยูซีแอลเมื่อซีซั่นก่อนลิเวอร์พูลก็แทบไม่ได้เซ็นสัญญากับแข้งบิ๊กเนมเลย(ใกล้เคียงสุดคือการเซ็นทาคูมิ มินามิโนะ) แม้ว่าทีมจะยังคงบินสูงได้อย่างเฉิดฉาย แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าปีหน้าเป๊ป กวาร์ดิโอล่าต้องอยากล้างอายแน่ นั่นเท่ากับว่าลิเวอร์พูลจะต้องรับมือกับแมนซิตี้ในเวอชั่นที่แข็งแกร่งกว่าเดิมเพราะทีมเรือใบเสริมทัพเยอะแน่นอน ดังนั้นลิเวอร์พูลจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีนักเตะสตาร์ซัก1-2คนเข้ามาค้ำคอคู่แข่งบ้าง

     นอกจากการมีแข้งดังเข้ามาช่วยจะส่งรังษีข่มขวัญฝั่งตรงข้ามได้แล้ว ยังเป็นการยืนยันต่อนักเตะเนื้อหอมอย่างซาดิโอ มาเน่,โม ซาล่า,เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และอลิสซง เบ็คเกอร์ว่าคุณไม่จำเป็นย้ายไปลงเล่นกับแข้งดังที่ไหนหรอก เพราะต่อไปซุปเปอร์สตาร์เหล่านั้นต่างหากที่ต้องกะวีกะวาดอยากมาสวมยูนิฟอร์มสีแดงที่แอนด์ฟิลเอง

Read More

ลิเวอร์พูล หนุนอ็อกซ์เลดเต็มที่ทำชากีรี่รู้สึกโดนเลือกปฏิบัติ

ลิเวอร์พูล

   ทั้งได้รับบาดเจ็บอเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลนก็ยังคงได้รับการประคบประหงมอย่างดีจากเจอร์เกน คล็อปป์เสมอมา และในซีซั่นนี้ดาวเตะเลือดผู้ดีก็ยังคงได้รับโอกาสออกสตาร์ทกับลิเวอร์พูลแม้ว่าจะยังทำผลงานได้ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน สวนทางกับเซอร์ดาน ชากีรี่ที่ยังไม่มีส่วนร่วมกับทีมในพรีเมียร์ลีกเลยแม้แต่นาทีเดียว ซึ่งปีกชาวสวิตเซอร์แลนด์ชักไม่ค่อยปลื้มเนื่องจากเจ้าตัวก็มีส่วนร่วมกับผลงานแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกซีซั่นก่อนในขณะที่แชมเบอร์เลนทำได้เพียงพยุงไม่ค่ำยันเชียร์เพื่อนๆเท่านั้น ทว่าเมื่ออดีตดาวเตะปืนใหญ่กลับมาฟิตสมบูรณ์กลับมาเบียดตำแหน่งตนอย่างไร้เหตุผล

คล็อปป์ไม่แคร์เสียงใครจับอ็อกซ์เลดขยายสัญญากับ ลิเวอร์พูล ไปอีก3ปี

   กุนซือชาวเยอรมันได้ให้โอกาสอเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลนออกสตาร์ทเป็นตัวจริงให้ลิเวอร์พูลในสองเกมหลังสุด(ในเกมยูฟ่าซุปเปอร์คัพกับเชลซี,เกมพรีเมียร์ลีกกับเซาร์แธปม์ตัน)ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเจอร์เกน คล็อปป์ให้ความสำคัญกับดาวเตะวัย26ปีรายนี้เป็นอย่างมาก แต่ไหนๆก็เอาใจกันจนออกนอกหน้าขนาดนี้แล้วไปต่อให้สุดกันเลยดีกว่า ทีมรองแชมป์พรีเมียร์ลีกปีล่าสุดจึงได้ทำการต่อสัญญากับแชมเบอร์เลนไปถึงปี2023 โดยมีการประกาศยืนยันผ่านเว็บไซต์สโมสรอย่างเป็นทางการ

   “ ปีก่อนผมไม่มีส่วนร่วมกับทีมเลย เอาจริงๆผมก็หวั่นใจไม่น้อยว่าเมื่อผมกลับมาฟิตแล้วผมจะยังเป็นส่วนหนึ่งของทีมอยู่ไหม พอได้รับการพูดคุยเรื่องสัญญาฉบับใหม่มันก็ทำให้ผมมั่นใจขึ้น ผมจะทำผลงานชดเชยหนึ่งซีซั่นที่หายไป และหวังว่าทีมเราจะประสบความสำเร็จอีกครั้ง ” แชมเบอร์เลนรับปากแฟนบอลอย่างมั่นใจ โดยปีนี้ชาวเดอะค็อปมีเป้าหมายที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้สำเร็จ หลังโดนแมนซีตี้ปาดหน้าไปอย่างน่าเจ็บใจเมื่อซีซั่นก่อน

   อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลนสามารถเล่นได้อย่างหลากหลายในทั้งมิดฟิลด์ตัวกลางรวมไปถึงการโยกไปเล่นเป็นผู้เล่นริมเส้น ซึ่งทับไลน์กับเซอร์ดาน ชากิรี่โดยตรง และเมื่อซีซั่นก่อนที่แชมเบอร์เลนได้รับบาดเจ็บที่เอ็นหัวเข่าจนไม่ได้ลงเล่นเลย ชากีรี่ก็รับสัมประทานในส่วนนี้มาโดยตลอดแล้วก็มีผลงานที่ดีเสียด้วย จนสามารถสะสมสถิติลงเล่นในซีซั่น2018/19ได้ถึง30นัด,ทำทาง5แอตต์ซิสต์ และยิง6ประตู ซึ่งทำให้ปีกแดนนาฬิการู้สึกเหมือนโดนหักหลังเมื่อถูกดาวเตะรุ่นน้องข้ามหน้าข้ามตา ทั้งที่ตัวเองก็มีฝีเท้าที่ดีไม่แพ้กันแต่กลับต้องทนนั่งรอโอกาสที่ข้างสนามต่อไป

Read More