ดิแคนไรซ์ เป้าหมายแมนยูฯจ่าย80ล้านปอนด์อุดแดนกลาง

ดิแคนไรซ์

    ให้หลังจากเกมยูโรป้าลีก ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดบุกไปเสมออัล์คม่า0-0 แต่ที่เลวร้ายกว่าผลงานเกมแดนกลางที่หลายคนบอกว่าเลยว่าฟอร์มการเล่นของเนมันย่า มาติชนั้นเห็นแล้วท้อแท้ นำพาให้โอเล่ กุนน่า โซลชาต้องคิดหาหนทางที่จะทำอะไรซักอย่าง แล้วก็มาลงเอยด้วยกระแสร่ำลือหนักมากว่าบอร์ดบริหารของผีแดงจะอนุมัติวงเงินราว80ล้านปอนด์เพื่อดึงตัวดีแคน ไรซ์ตัวตัดเกมของเวสต์แฮมมาช่วยงาน

     ปีศาจแดงประสบปัญหาในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับมาตลอด เนื่องจากพวกเค้ามีเพียงเนมานย่า มาติชเพียงคนเดียวที่เป็นกองกลางตัวรับขนานแท้ ทว่าดาวเตะชาวเซอร์เบียก็อยู่ในช่วงขาลงของอาชีพค้าแข้งแล้วทำให้ไม่สามารถแบ่งเบาภาระให้กับทีมได้อย่างเป็นชิ้นเป็นอัน(เหมือนครั้งอยู่กับเชลซี)และถึงตอนนี้โซลชาก็ยอมรับแล้วว่าจำเป็นที่ต้องปฏิวัติในพื้นที่ดังกล่าวเนื่องจากจะช่วยให้ทั้งเกมรุกและรับไหลลื่นมากยิ่งขึ้น โดยมีดีแคน ไรซ์เป็นเป้าหมายสำคัญ  แล้วตัวนักเตะเองก็เคยเปรยออกมาเองว่าสามารถจะเล่นกับทีมระดับแมนยูฯได้อย่างไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

ดิแคนไรซ์ ปัดไม่พร้อมย้ายทีมยังต้องเรียนรู้อีกมากกับขุนค้อน

    ดีแคน ไรซ์ได้เคยบอกให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่าเค้าพร้อมแล้วที่เล่นให้กับแมนยูฯ “ มันคงถูกตีความผิดเพี้ยนไปนะ มันเป็นความเชื่อมั่นว่าศักยภาพของผมสามารถเล่นได้ในกับทีมทุกระดับ และแมนยูฯก็เป็นแค่ตัวอย่างที่ผมยกขั้นมา มันไม่ได้หมายความว่าผมต้องการย้ายไปเล่นให้กับแมนยูฯ ในหัวผมยังไม่มีเรื่องทำนองนั้นแน่นอน ผมยังต้องเรียนรู้อีกมาก และการอยู่กับเวสต์แฮมก็เป็นเรื่องที่ดี นี่คือความลงตัวของผม สโมสรและแฟนบอลต่างเชื่อมั่นในตัวผม และผมก็อยากมอบความสุขคืนกลับไปบ้าง ”

    โดยดีแคน ไรซ์ถูกจับมามองว่าจะขึ้นมาเทียบชั้นกับรอย คีนอดีตมิดฟิลด์พันธุ์ดุของปีศาจแดงในยุค90 เนื่องจากเจ้าตัวมีความโดดเด่นในการชิงจังหวะตัดบอลและการเข้าสกัดที่แม่นยำ จนทำสถิติลงเล่นให้ขุนค้อนไปแล้วกว่า75เกมทั้งที่มีอายุเพียง20ปีเท่านั้น และถึงแม้ตัวนักเตะเองจะยังไม่รับปากว่าพร้อมย้ายทีม แต่ทว่าหากมีเม็ดเงิน80ล้านปอนด์ยื่นให้เวสต์แฮมพิจารณาจริง ก็มีความเป็นไปได้ที่ทีมขุนค้อนจะยอมเจรจาด้วยเนื่องจาก การได้เม็ดเงินจำนวนนี้เข้ามาจะช่วยให้สถานะการเงินของพวกเค้ามั่นคงขึ้นมาทันที และน่าจะเพียงพอที่จะให้ มานูเอล เปเลกรินี่ใช้หานักเตะใหม่มาทดแทนได้

Read More

ผีเเดง ชุดปัจจุบันไม่ไหวต่อให้ใช้ชุดคลาสออฟ92เเบก เนวิลล์กล่าว

ผีเเดง

    ในอดีต “ คลาสออฟ92 ” คือกลุ่มนักเตะเยาวชนที่แมนยูฯดันขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่แล้วประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ แกรี่ เนวิลล์ แบ็คขวาในยุครุ่งเรืองอีกคนของเซอร์อเล็ก เฟอกูสัน ทว่าเนวิลล์ผู้พี่เองก็ถึงกับออกตัวว่านักเตะชุด “ คลาสออฟ92 ” ก็ไม่อาจจะทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจแน่หากต้องดันขึ้นมาเล่นท่ามกลางนักเตะชุดใหญ่ของปีศาจแดงในเวลานี้ “ รุ่นพี่ในทีม(แมนยูฯ)ตอนนี้พึ่งพาไม่ได้ หลายคนยังเอาตัวไม่รอดเลย พวกเค้าไม่สามารถเดินมาประคับประคองดาวรุ่งเหล่านี้ได้ ทั้งๆที่เรามีดาวรุ่งเจ๋งๆที่ดึงขึ้นมาจากอะคาเดมี่หลายคน มันเป็นความน่าเสียดาย ”

    “ ให้เป็นแก๊ง “ คลาสออฟ92 ” ถูกดันมาเล่นกับทีมชุดนี้ผมก็ยังไม่มั่นใจว่าเค้าจะได้แชมป์นะ สมัยพวกเราขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ เรามองไปยังคันโตน่า,ชไมเคิล,รอย คีน และเออร์วิน นักเตะเหล่านี้มีประสบการณ์ พวกเค้าทำให้บรรดาดาวรุ่งอย่างเรารู้สึกว่าเราจะผ่านสถานการณ์ยากๆไปได้ ในทางกลับกันเรายังไม่สามารถคาดหวังแบบนั้นกับปอล ป๊อกบา,เนมานย่า มาติช หรือฟิล โจนส์ได้ สิ่งที่ตามมาคือดาวรุ่งของยูไนเต็ดก็จะโดนตำหนิว่ายังดีไม่พอ ซึ่งมันไม่จริงเลยแม้แต่น้อย ” แกรี่ เนวิลล์ออกปกป้องแข้งละอ่อนของปีศาจแดง

ผีเเดง ร้าวฉานนัดทานข้าวกระชับมิตรที่มีประจำก็ล่มไม่เป็นท่า

    ยิ่งตอกย้ำความไม่เป็นทีมของปีศาจแดงเข้าไปอีกเมื่อรายงานจาก “ เดลี่ เมล ” ยืนยันว่านักเตะรุ่นใหญ่ในทีมหลายคนเมินเฉยต่อประเพณีนัดทานข้าวร่วมกัน ซึ่งจัดขึ้นเดือนละครั้งเพื่อมุ่งหวังให้นักเตะในทีมได้สานสัมพันธ์กันให้เหนียวแน่น โดยนัดดินเนอร์ครั้งล่าสุดปรากฏว่านักเตะรุ่นใหญ่หลายคนได้หายหัวไปเสียดื้อโดยมี ปอล ป๊อกบา เป็นตัวการใหญ่ และมีเพียงดาวิด เด เคอา และฆวน มาต้าสองคนเท่านั้นที่ยังคงให้ความสำคัญกับภารกิจนี้

     รายงานจากอังกฤษระบุว่านัดทานข้าวรอบล่าสุดที่ร้านตาเปโอ แอนด์ ไวน์นั้น ปอล ป๊อกบา,มาร์กอส โรโฮ,แอชลี่ย์ ยัง,ฟิล โจนส์ และแฮรี่ แม็คไกวส์ต่างไม่เดินทางมาร่วมด้วย ซึ่งน่าจะพิสูจน์ได้ว่าเวลานี้นักเตะในทีมปีศาจแดงต่างแยกกันเป็นกลุ่มเป็นก๊วน จึงไม่น่าแปลกใจที่ผลงานในสนามของพวกเค้าจะกระท่อนกระแท่น ซึ่งแตกต่างจากสปริริตในทีมแมนยูฯยุคก่อนอย่างสิ้นเชิง และจุดนี้ก็ตรงตามที่แกรี่ เนวิลล์ได้กล่าวไว้คือนักเตะรุ่นใหญ่ในทีมนั้นนอกจากฟอร์มจะไม่ดีแล้วยังปฏิบัติตัวอย่างไร้ความเป็นมือาชีพอีกต่างหาก

Read More

ลินเดอเลิฟ อัพค่าเหนื่อยเพิ่มเท่าตัวเพื่อเป็นตัวหลักปีศาจเเดง

ลินเดอเลิฟ

   เรียกได้ว่าลูกรักของโอเล่ กุนน่า โซลชามีอันต้องเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีทุกคน หลังจากมาร์คัส แรชฟอร์ด,ดาบิด เด เคอา และเจสซี่ ลินการ์ดได้เพิ่มค่าเหนื่อยกันหมดแล้ว ก็ถึงคิวที่กองหลังอย่างวิคตอร์ ลินเดอเลิฟจะได้ค่าจ้างเพิ่มกับเค้าบ้าง หลังจากเป็นกองหลังคู่บารมีของโซลชามาตั้งแต่เริ่มงานในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และการตบรางวัลของเทรนเนอร์ชาวนอร์เวย์ในครั้งก็ไม่ใช่เบาเพราะแมนยูได้เพิ่มค่าเหนื่อยให้กองหลังทีมชาติสวีเดนเป็นสองเท่าเพื่อเป็นการยืนยันว่าเจ้าตัวจะเป็นเสาหลังในแนวรับของปีศาจสืบไป

    วิคตอร์ ลินเดอเลิฟได้ยืนเป็นคู่หูกับแฮรี่ แม็คไกวร์มาโดยตลอดในซีซั่นนี้ และดูเหมือนว่าแนวรับวัยเบญจเพศจะเริ่มเข้าที่เข้าทางมาขึ้นเมื่อเพิ่งปีศาจแดงเกมคลีนชีตในเกมเอาชนะเลสเตอร์ซิตี้มาหมาดๆ จนในที่สุดเจ้าตัวก็ได้รับสัญญาฉบับใหม่ที่จะผูกมัดกันไว้ถึงปี2024 และได้เพิ่มค่าเหนื่อยเป็น150,000ปอนด์ต่อวีก(เดิมรับที่75,000ปอนด์ต่อวีก)พร้อมยังมีเงื่อนไขขยายสัญญาอีกหนึ่งปีด้วยกัน ทั้งหมดนี้สร้างความยินดีให้อดีตกองหลังเบนฟิก้าเป็นอย่างมาก

ลินเดอเลิฟ ขอตอบแทนแมนยูด้วยถ้วยรางวัลให้มากเท่าที่มากได้

   ทันทีที่จรดปากกาในสัญญาบับใหม่วิคตอร์ ลินเดอเลิฟก็ได้เปิดเผยถึงความยินดีเหลือประมาณ “ ต้องขอบคุณยูไนเต็ดที่มอบความเชื่อมั่นให้ผมตลอดมา สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเป็นทีมที่พิเศษ มันไม่แปลกเลยที่นักฟุตบอลทุกคนจะอยากย้ายมาเล่นที่นี่หลังจากนี้ผมก็จะมุ่งมั่นกับการพายูไนเต็ดคว้าแชมป์ให้ได้ซักรายการ ผมเชื่อว่าการได้แชมป์ซักรายการจะเติมความมั่นใจให้พวกเราได้เป็นอย่างดี มันอาจต่อยอดไปถึงเป้าหมายที่สำคัญที่สุดนั่นคือแชมป์พรีเมียร์ลีก ”

    ด้านนายใหญ่ โอเล่ กุนน่า โซลชาก็ได้แสดงทัศนะถึงลูกทีมรายนี้เช่นกัน “ ลินเดอเลิฟแสดงออกถึงความมุ่งมั่นเสมอไม่ว่าจะในการซ้อมหรือลงเล่นในแม๊ตซ์การแข่งขัน มันสะท้อนว่าเค้ามีทัศนคติตรงตามที่เราต้องการ เค้ากระหายที่จะเรียนรู้และแสดงออกว่าอยากช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จ นั่นทำให้เราอยากเก็บเค้าไว้กับทีมให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และบอกให้เค้ารู้ว่าเค้าคือนักเตะที่เราให้ความสำคัญ ผมสบายใจที่เค้าต่อสัญญา แต่เรายังมีเรื่องอื่นที่ต้องทำร่วมกัน ภารกิจของเรายังมีอีกมากเรายังอยากไปให้ไกลกว่านี้ซึ่งนั่นเป็นเป้าหมายที่ทั้งสโมสรและนักเตะมีร่วมกัน ” เทรนเนอร์วัย46ปีพูดทิ้งท้าย

Read More